ข้าวไทยสะเทือน! ส่งออกไตรมาส 3 ร่วง 27% “อินเดีย” เร่งระบายสต็อกดั๊มราคาตลาดโลกลดฮวบ
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
29 พฤศจิกายน 2568

Krungthai COMPASS เปิดเผยรายงาน “การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไตรมาส 3 ปี 2568” พบว่ามูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 13,121 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.2 แสนล้านบาท หดตัวลง -2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้ายังขยายตัวได้ 4% โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อาหารทะเลกระป๋อง และสิ่งปรุงรสอาหาร ขณะที่ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่ และน้ำตาลยังขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ คิดเป็น 10% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ลดลง -10.1% จากผลกระทบของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2568 ส่งผลให้ผู้นำเข้าชะลอคำสั่งซื้อ ขณะเดียวกันตลาดจีนที่มีสัดส่วน 24% ยังขยายตัวเพียง 0.6% จากการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการภาษีมีผล รวมถึงการส่งออกผลไม้ไปจีนที่ดีขึ้นหลังภาครัฐยกระดับมาตรฐานคุณภาพ
โดยข้าวหดตัว -27% YoY จากการเร่งระบายสต็อกของอินเดียที่กดราคาตลาดโลก ยางพาราลดลง -21.4%YoY เพราะคำสั่งซื้อจากจีนชะลอและราคายางลดจากผลผลิตที่มากขึ้น ส่วนมันสำปะหลังหดตัว -9.3%YoY ตามราคาส่งออกที่ลดลงมาก ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว -1.2%YoY โดยอาหารทะเลแปรรูปและสิ่งปรุงรสอาหารลดลงหลังแรงส่งจากการนำเข้าล่วงหน้า (Front-loading) หมดลง
Krungthai COMPASS กล่าวว่า ในปี 2569–2570 คาดว่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยจะเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ได้แก่
- มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อสินค้าที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง เช่น ข้าวหอมมะลิ และกระทบทางอ้อมต่อสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของจีน เช่น ยางพารา
- การเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ของประเทศคู่ค้า เช่น ญี่ปุ่น ที่เพิ่มโควตาการนำเข้าข้าวจากสหรัฐฯ 75% ภายใต้ WTO อาจทำให้ไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาด
- เงินบาทแข็งค่า โดยคาดค่าเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ และปี 2570 ที่ 31.3 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 3% และ 2.2% ตามลำดับ ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกในรูปเงินบาทลดลง และลดความสามารถแข่งขันด้านราคา
- มาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น เช่น กฎหมาย “EUDR” ของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ที่จะเริ่มบังคับใช้ปลายปี 2568 ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนของผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้รายงานระบุว่าเอกชนสหรัฐฯ เสนอให้รัฐบาลเพิ่มภาษีนำเข้าข้าวจากไทยสูงสุดถึง 100% เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลักของข้าวหอมมะลิไทยถึง 44% ของการส่งออกทั้งหมด ปี 2569 คาดว่ามูลค่าส่งออกข้าวจะลดลง -12.8%YoY เหลือ 2.65 พันล้านดอลลาร์ และลดต่อเนื่องในปี 2570 เหลือ 2.64 พันล้านดอลลาร์
Krungthai COMPASS ระบุว่า ยางพาราได้รับผลทางอ้อมจากการที่จีนลดคำสั่งซื้อยางเพื่อใช้ผลิตยางล้อส่งออกไปสหรัฐฯ ส่วนมันสำปะหลังต้องแข่งกับเวียดนามและจีนที่ผลิตเองเพิ่ม ขณะที่ผลไม้ไทยยังพึ่งตลาดจีน 88% หากเศรษฐกิจจีนชะลอจะกระทบโดยตรง แม้ปี 2569 คาดว่าส่งออกผลไม้จะยังโต 12.4% จากการควบคุมคุณภาพที่เข้มขึ้น
อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS ประเมินว่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยในปี 2569–2570 จะเผชิญ “พายุซ้อน” จากภาษีตอบโต้ การแข่งขันรุนแรง เงินบาทแข็ง และต้นทุนสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มข้าว ยางพารา อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ