“สงกรานต์ไทย”สุดฮอต! ดึงดูด นทท. ทั่วโลก ดันเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

18 เมษายน 2568

“สงกรานต์ไทย”สุดฮอต! ดึงดูด นทท. ทั่วโลก ดันเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง

(วันนี้ 18 เม.ย.68) ที่สุด “สงกรานต์ไทย” ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ครองแชมป์จุดหมายปลายทางยอดนิยม ดันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง ขึ้นแท่น อันดับ 2 ในอาเซียน 

โดย นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่งผลให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากสายการบิน การจองที่พัก และการเดินทางของศิลปินชื่อดังที่มาพักผ่อนในประเทศไทย สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 100,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยกลับมาครองอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านเศรษฐกิจ คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 4% ตลอดทั้งปี

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก หลังจากผ่านพ้นข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเข้าไทยกว่า 6.15 ล้านคน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมทั้งปีไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน คาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ตลอดทั้งปีจะสูงถึง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Airbnb ระบุว่า การค้นหาที่พักในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มขึ้นกว่า 310% โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามด้วยพัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในการค้นหาที่พักบน Airbnb นอกจากนี้ Airbnb ยังได้เพิ่มการเข้าพักระยะยาวในประเทศไทยผ่านแคมเปญ “Live and Work Anywhere” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น

นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อว่า  “รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและยกระดับการจัดงานสงกรานต์ให้ยิ่งใหญ่ในปีต่อไป เพื่อเสริมศักยภาพไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พร้อมผลักดันอัตลักษณ์ไทยผ่านหลากหลายแขนงวัฒนธรรม โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทย ไม่เพียงส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมระดับเอเชียในอนาคต”