“ทอง” สินทรัพย์ปังสุด! ปี‘68 ผลตอบแทนพุ่ง ถือทองไทยกำไร 47%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
14 ตุลาคม 2568

วันนี้ (14 ต.ค.68) นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) เผยว่าราคาทองโลกทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทิศทางมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไปที่ใกล้เคียง 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะตอนนี้มาอยู่ที่ 4,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่วานนี้ (13 ต.ค.) ราคาเพิ่มขึ้นอีก 100 ดอลลาร์ หรือเกือบ 3-4% เป็นแนวโน้มการขึ้นอย่างรวดเร็วของทองคำซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อน
นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่า ราคาทองคำสำหรับทองคำไทยในรูปราคาไทยบาท ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 47% ถ้าในรูปของทองตลาดโลก ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 64% ถือเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในระระยะยาวเป็นทิศทางที่ขึ้นต่อเนื่อง เพียงแต่ระยะสั้นอาจจะเห็นการพักตัวบ้างเป็นช่วงๆ แต่การพักตัวนั้นจะพักไม่นานและพักไม่ลึก เช่น ขึ้น 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะตกลงกลับมาประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือขึ้น 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตกกลับมาประมาณ 50-60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และจะตกเพียงหนึ่งวันหรือครึ่งวันเท่านั้น แล้วก็จะกลับมาที่ราคาเดิม
“ทองคำยังไม่เข้าภาวะฟองสบู่ เพียงแต่ว่าระยะสั้นยอมรับว่าอาจจะมีบางช่วงที่มีการปรับตัวจากแรงเทขายทำกำไรที่เป็นเรื่องปกติ”
ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุน ควรจะเพิ่มน้ำหนักในการลงทุนทองคำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็มีขึ้นตามไปด้วย เพราะราคาทองขึ้นแรงและเร็วมาก ดังนั้น ค่อยๆ เฉลี่ยซื้อไปเรื่อยๆ ในจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน หรือทยอยลงทุนโดยที่ไม่เข้าไม้เดียวแบบเต็มๆ ควรจะทยอยซื้อไปเรื่อยๆ และหาจังหวะทำกำไรเป็นช่วงๆ