“ประชาชน” ชู 3 ก. พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย! ล้างบางนอมินี-ทุนสีเทา
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
27 มกราคม 2569

วันนี้ (27 ม.ค. 69) นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ตัวแทนจากพรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งบนเวที “วัดกึ๋น พรรคการเมือง: กู้ท่องเที่ยวไทย ฝ่าวิกฤตรอบด้าน” จัดโดยเพจอีจัน และ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ว่า พรรคประชาชนต้องการเปลี่ยนผ่านจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเดิมไปสู่ระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาผ่านกลยุทธ์ 3 ก. เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว ขั้นตอนแรกคือการกำจัดทุนสีเทาและธุรกิจนอมินีด้วยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการลดปัญหาการเรียกรับส่วย
ประการต่อมาคือการกระจายรายได้สู่เมืองรองผ่านการสนับสนุนงบประมาณและจัดเทศกาลท้องถิ่นเพื่อลดความแออัดจากเมืองหลัก สุดท้ายคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีบทบาทนำในการบริหารจัดการงบประมาณและโปรโมทการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเองแทนการพึ่งพาส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งมีความเข้าใจสถาพแวดล้อมดีที่สุดเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง
สำหรับปัญหาการท่องเที่ยวไทยนอกจากไม่ฟรีแล้วยังส่งผลกระทบต่อแหล่งธรรมชาติและสังคมของเรา เช่น ภูเก็ต ที่มีปัญหาของนักท่องเที่ยวมาอาหรับ ฝรั่งเศส เบิ้ลจักรยานยนต์ใส่คนในพื้นที่ และไทยไม่มี พรบ.รถเช่า ที่ถูกกฎหมายไม่ถึง 10 คัน ดังนั้นเราจะต้องขจัดทุนเทาที่เข้ามาทำกิจการ ส่งผลต่อต้นทุนในการทำธุรกิจของคนไทย
“ปัญหาที่ใหญ่คือไม่มีการจัดการท่องเที่ยว ผ่าน 3 ก. นอกจากการแก้กฎหมายแล้วยังต้องมีการอุดรอยรั่วเงินทุนเทาจากนักธุรกิจต่างชาติที่มาใช้ทรัพยากรของไทย โรงแรมส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติทั้งหมด ส่วนการกระจายรายได้สู่เมืองรองจะต้องมีการพัฒนาโครงการด้านคมนาคมขนส่ง หากมีรถเมล์ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้ใช้ด้วย” นายเท่าพิภพ กล่าว
นายเท่าพิภพ กล่าวว่า นโยบายเพื่อแก้ปัญหาในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือโลซีซัน โดยการทำแมนเมดใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท กระจ่ายไป 5 ที่ใน 5 ภูมิภาค โดยให้เอกชนเป็นคนคิดนโยบายมานำเสนอ สุดท้ายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เราจะพัฒนาแอปพลิเคชันแข่งกับแพลตฟอร์มต่างชาติ ผ่านแอปพลิเคชัน Tagthai โดยให้ Refund หรือการคืนภาษีผ่านแอป Tagthai ได้ง่ายยิ่งขึ้น
“ไทยอยู่ในช่วงการทบทวนการท่องเที่ยวหลายอย่าง ซึ่งเราเข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างแท้จริง จะตั้งเป้าหมายแบบเดิมไม่ได้ที่ความสำเร็จของการท่องเที่ยวไทยอยู่ที่จำนวน ซึ่งผิดทางจะไม่มีทางบรรลุความสำเร็จ หากคิดแบบเดิมอยู่จะไม่มีทางสำเร็จและยังเน้นย้ำปัญหาเดิม”