นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความแน่นอน ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในระยะยาว สร้างภาระต้นทุนและลดทอนศักยภาพในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ธพว. จึงได้ออกมาตรการเพื่อเติมสภาพคล่องช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้สามารถประกอบธุรกิจไปต่อได้

โดยสำรองวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดต้นทุนทางการเงิน และมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึงสามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สามารถนำไปใช้ได้ลงทุน ปรับปรุงเครื่องจักร เทคโนโลยี ขยายกิจการ หรือเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก โดยผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี ได้แก่
- สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น
- สินเชื่อ ปลุกพลัง SME วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 1 ล้านบาท สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
- สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

นอกจากนั้น ยังมีโครงการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ ของธนาคารรองรับการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงินทั่วไป อีกทั้ง ธนาคารปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อและผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้รวดเร็ว สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
นายพิชิต กล่าวว่า ธพว. ยังได้ออกมาตรการ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวด เพื่อช่วยเหลือเพื่อให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการแต่ละราย โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ ก้าวพ้นวิกฤต และเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
ขณะเดียวกันยังได้ยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ โดยการอัพสกิล รีสกิล เพื่อให้คล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ขยายตลาด และพัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เน้นปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งผ่าน Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กิจกรรม Onsite ตลอดปี อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนามาตรฐานสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนพลังงาน และการเตรียมความพร้อมสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้ารับบริการทั้ง 3 มิติดังกล่าว ได้ ณ ทุกสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ ทั้ง 96 แห่ง หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
