เอกชน ยัน แผ่นดินไหว ไม่ระคายตึกไทย

นายกสมาคมอาคารชุดฯ การันตี อาคารสำนักงานและคอนโดฯ ตรวจแล้ว ไม่พบความเสียหายถึงขั้นวิบัติ หลังเอกชนทุกรายยัน ใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ยกเว้นตึก สตง.ที่พังลงมา

(วันนี้ 31 มี.ค.68) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา ทำให้ตึกในไทยหลายตึกได้รับผลกระทบทั้งมีรอยร้าว รวมไปถึงเหตุการณ์ใหญ่ ตึก สตง. 30 ชั้นถล่ม หลายหน่วยงานต่างเร่งเข้าตรวจสอบตึกหลายพื้นที่ ทั้งคอนโดมีเนียมและตึกสำนักงาน

ล่าสุด นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เผยว่า ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 30 ปี แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด และยังได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้อยู่อาศัย โดยได้พร้อมใจกันลงจากอาคารสูงอย่างพร้อมเพรียงกัน

ซึ่งจากการสอบถามสมาชิกสมาคมฯ พบว่า อาคารสูงทั้งอาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย ยังไม่มีอาคารไหนมีความเสียหายถึงขั้นวิบัติ หรือต่อชีวิตของผู้อยู่อาศัย มีเพียงภาพวัสดุหลุดร่อน มีรอยแตกร้าว แต่ไม่มีอาคารไหนที่พังลง ยกเว้น อาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเท่านั้น

“ผมเชื่อว่า มาตรฐานการก่อสร้างอาคารสูงของประเทศไทย ได้ผ่านการทดสอบที่สำคัญ เพราะไม่มีอาคารสูงใดทั้งอาคารชุด อาคารสำนักงาน โรงแรม รวมถึงอาคารห้างสรรพสินค้าใดๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง”

นายประเสริฐ กล่าวว่า ภาพที่เห็นอาจจะมีโครงการกระเบื้องหลุดร่อน ผนังมีการแตกร้าว การแตกรั่วของท่อน้ำบ้างและบางโครงการจะมีความเสียหายด้านโครงสร้างอยู่บ้าง แต่ยันไม่มีถึงขั้นตึกวิบัติ คนไทยปลอดภัยทุกคน แต่หลัง จากนี้ แต่ละอาคารคงต้องเข้าไปสำรวจความเสียหายบ้าง และเข้าไปซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดเสียหาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยต่อไป

ส่วนบางโครงการที่มีข่าวว่า ทางเชื่อมระหว่างอาคารหลุดออกจากอาคารนั้น เป็นดีไซน์สำหรับรองรับแผ่นดินไหวอยู่แล้ว หากไม่มีการเชื่อมต่อกันอาคารจะพังถล่มลงมา ส่วนเรื่องสระว่ายน้ำที่มีปัญหา ก็ต้องไปซ่อมแซม ดังนั้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ตนมองว่า ได้สร้างความมั่นใจไปทั่วโลก ในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะมาตรฐานงานก่อสร้างของไทยเป็นไปตามกฎหมาย ที่การก่อสร้างอาคารสูงทุกอาคารในประเทศ หลังปี 2550 ต้องก่อสร้างตามมาตรฐานการก่อสร้าง และได้มีการปรับปรุงในปี 2552 และปรับปรุงล่าสุดในปี 2564 ให้มีความรัดกุมและรองรับแผ่นดินไหว ทำให้อาคารต่างๆ ในประเทศไทยผ่านจุดที่ยากที่สุดไปได้

ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มดีขึ้น จากการติดตามงานมหกรรมบ้านและคอน โด ครั้งที่ 47 มียอดขายถึง 12,000 ล้านบาท สูงกว่าทุกครั้งที่มีการจัดงาน เพราะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ กรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ที่ ปลดล็อคมาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value : LTV) ขณะที่ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็เสริมความมั่นใจที่จะต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่จะออกมาในเร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้ตลาดบ้านมีความคึกคักมากขึ้น