2 วัน ทะลุ 2,700 แห่ง! รพ.-ร้านยา ร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า”

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

16 ตุลาคม 2568

2 วัน ทะลุ 2,700 แห่ง! รพ.-ร้านยา ร่วมโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า”

(วันนี้ 16 ต.ค. 68) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ “Quick Big Win” ตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศแล้วกว่า 327 แห่ง และร้านยา 2,382 ร้าน จากการเปิดลงทะเบียนเพียง 2 วันแรก (เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2568) รวมกว่า 2,700 แห่งทั่วประเทศ

นายวิทยากร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของทุกภาคส่วนที่พร้อมช่วยกันลดภาระค่าครองชีพและสร้างระบบสุขภาพที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยกรมการค้าภายในได้บูรณาการร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถนำใบสั่งยาจากโรงพยาบาลไปซื้อยาที่ร้านยาภายนอกได้ในราคายุติธรรม ร้านยาที่เข้าร่วมต้องผ่านการรับรองจาก อย. และมีเภสัชกรประจำทุกแห่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายามีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ DIT ยังเตรียมการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันระบบ “เปิดเผยราคายา-เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกซื้อยาได้เอง” เพิ่มความโปร่งใสและลดความเหลื่อมล้ำด้านค่ารักษาพยาบาล พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ “ร้านยาสุขกาย สบายกระเป๋า” ให้ประชาชนค้นหาร้านยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำกว่า 100 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น, โรงพยาบาลพญาไท 2, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลรามคำแหง และโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ขณะที่ต่างจังหวัดมีโรงพยาบาลเอกชนร่วมอีกกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ

ในส่วนของร้านยา DIT ได้ทำงานร่วมกับ อย. และ สภาเภสัชกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการประชาชน โดยข้อมูลล่าสุดมีร้านยาลงทะเบียนแล้วกว่า 2,382 ร้าน ภายใน 2 วันแรก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนครอบคลุมทุกพื้นที่

นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้ายว่า “โครงการสุขกาย สบายกระเป๋า ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดค่าครองชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับสิทธิผู้ป่วย ให้มีทางเลือกในการรักษาและเข้าถึงยาคุณภาพในราคายุติธรรม ความร่วมมือจากโรงพยาบาลและร้านยาทั่วประเทศ คือพลังสำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน”