สภาทองคำโลกชี้ “ไทย” แห่ลงทุนทองคำ พุ่งแตะ 49 ตัน ขึ้นแท่นอันดับ 7 โลก

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

11 กันยายน 2568

สภาทองคำโลกชี้ “ไทย” แห่ลงทุนทองคำ พุ่งแตะ 49 ตัน ขึ้นแท่นอันดับ 7 โลก

สภาทองคำโลก (World Gold Council) เปิดเผยข้อมูลล่าสุด ชี้ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำของไทยพุ่งแตะ 49 ตันในปี 2567 ขึ้นแท่น อันดับ 7 ของโลก สะท้อนแรงซื้อทองคำเพื่อการลงทุนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

นายเซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก สภาทองคำโลก เปิดเผยว่า ความต้องการทองคำในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 37 ตันในปี 2564 – 38 ตันในปี 2565 – 43 ตันในปี 2566 – 49 ตันในปี 2567 แม้ราคาทองคำโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ความต้องการทองรูปพรรณลดลง แต่การลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำกลับเติบโตแรง

รายงานไตรมาส 2 ปี 2568 ระบุว่า ความต้องการทองคำรวมในไทยเพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะทองคำเพื่อการลงทุนที่พุ่งถึง 38% หรือราว 10 ตัน ขณะที่ทองรูปพรรณลดลงกว่า 20% ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับตลาดโลก

เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอาเซียน ไทยยังคงโดดเด่น โดยยอดความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้น 35% QoQ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งมีแนวโน้มชะลอตัว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนความต้องการ คือ แพลตฟอร์มออมทองคำดิจิทัล โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งทำให้การลงทุนทองคำเข้าถึงง่าย ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่และนักลงทุนรายย่อย พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในวงกว้าง สะท้อนบทบาทของทองคำในเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

นายเซาไก ฟาน คาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังคงเป็น ขาขึ้น แม้ปัจจุบันราคาทองคำโลกจะทะลุ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ แล้วก็ตาม โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ ทำให้ทองคำยังคงเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล