สภาพัฒน์ฯ ติงแบงก์ชาติ คงดอก 2.25% สวนทางเศรษฐกิจทรุด

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

15 มกราคม 2568

สภาพัฒน์ฯ ติงแบงก์ชาติ คงดอก 2.25% สวนทางเศรษฐกิจทรุด

วันนี้ (14 ม.ค.68) ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ว่า การดำเนินนโยบายทางการเงิน หรือการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในปัจจุบันที่อยู่ที่ 2.25% เป็นระดับที่เข้มงวดเกินไป และควรจะลดดอกเบี้ยได้ตั้งนานแล้ว

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า สำหรับดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทย หรือหรืออัตราดอกเบี้ยเมื่อหักอัตราเงินเฟ้อแล้ว ที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจปัจจุบันควรอยู่ที่ระดับ 0-1% หากในปี 2568 ธปท. ระบุว่าจะทำให้เงินเฟ้อเข้ากรอบล่าง 1% แตะกรอบเป้าหมายที่ 1-3%

ดังนั้น ดอกเบี้ยนโยบายอย่างสูงสุดก็ควรอยู่ที่ 2% เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงอยู่ที่ระดับ 0-1% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ยังแตะไม่ถึง 3%

ซึ่งหากย้อนกลับไปช่วงปี 2550-2557 เป็นช่วงที่ ธปท.ทำให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบได้ คือประมาณ 2% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงอยู่ที่ 0% โดยช่วงนั้นเศรษฐกิจไทยโตได้ประมาณ 3.5%

“ที่แบงก์ชาติบอกว่าดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่เป็นกลางไม่ได้เข้มข้นเกินไป ผมขอเถียงว่ามันเข้มข้นเกินไป เพราะดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงมันสูงเหลือเกิน เมื่อเทียบกับก่อนโควิดที่มีจีดีพีอยู่ที่ 3% แต่ตอนนี้จีดีพีโตไม่ถึง 3% แต่ดอกเบี้ยสูงกว่าตอนที่โตได้ 3% ถึงเท่าตัว”ดร.ศุภวุฒิกล่าว

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ทำให้อัตราดอกเบี้ยจาก 2% เป็น 2.50% มองว่าไม่จำเป็น เพราะเงินเฟ้อลดต่ำอย่างรวดเร็ว และอัตราเงินเฟ้อกลับหลุดกรอบเป้าหมายที่ ธปท.วางไว้ที่ 1-3%

โดยปี 2567 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.4% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง อยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ท่ามกลางจีดีพี ยังไม่ถึง 3% เมื่อเทียบกับช่วงโควิดที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจริงอยู่ที่ 1% และมีจีดีพีอยู่ที่ราว 3%

อย่างไรก็ตาม หากดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำอาจส่งผลให้เกิดการกู้เงินมากขึ้น แต่สถานการณ์ล่าสุด ครึ่งหลังปี 2567 สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อต่ำมาก

หาก ธปท.ติดปัญหากังวลว่าสถาบันการเงินจะปล่อยกู้มากเกินไป ธปท.สามารถให้คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ ส่วน กนง.ทำหน้าที่ดูแลเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานเป็นอิสระจากรัฐบาล

“รัฐบาลไม่เคยไปตอแยกับตรงนี้ เพราะยอมรับสภาพว่าแบงก์อยู่ภายใต้การควบคุมของแบงก์ชาติ”ดร.ศุภวุฒิกล่าว