ส่อง 10 นโยบาย “ภูมิใจไทย” คนละครึ่ง-บัตรคนจนพลัสรับเก้าอี้ว่าที่ “รัฐบาลใหม่”

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

9 กุมภาพันธ์ 2569

ส่อง 10 นโยบาย “ภูมิใจไทย” คนละครึ่ง-บัตรคนจนพลัสรับเก้าอี้ว่าที่ “รัฐบาลใหม่”

ผ่านมาแล้วกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แม้การนับคะแนนจาก กกต. จะยังมีผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หรือรับเสร็จแล้วอยู่ที่ 94% แต่ผลที่เห็นขณะนี้คือ “พรรคภูมิใจไทย” คะแนนนำ 174 ที่นั่ง “พรรคประชาชน” อยู่ลำดับสองที่ 87 ที่นั่ง ตามมาด้วยพระเพื่อไทยอยู่อันดับสามได้ 58 ที่นั่ง ซึ่งของจะมองเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลใหม่จะได้พรรคใดเป็นแกนนำในการจัดตั้งแล้ว

จึงพามาส่อง “พรรคภูมิใจไทย” เสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ จากมาตรการ 10 พลัส จะเป็นห้วงเวลาแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth ตั้งเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็น 3% พลัส

1.คนละครึ่งพลัส+

การขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม วงเงินรวม 44,000 ล้านบาท คาดสร้างเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 80,000 ล้านบาท

2.บัตรสวัสดิการ พลัส (ทำบัตรคนจนใหม่)

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” สำหรับผู้มีรายได้น้อย เข้าไม่ถึงเป็นจำนวนมาก มีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐ จึงต้องมีการทบทวนสิทธิ์ และทำใหม่ทั้งหมด 

การทบทวนสิทธิ์ จะต้องเป็นคนที่จนจริงๆ  คนที่ ”ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ โดยไม่จำกัดว่าจะมีเท่าไร แต่ให้สิทธิทุกคน และจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีคนจนมากขึ้น และเมื่อมีฐานข้อมูลใหม่ ที่ทราบจำนวนที่แน่นอนแล้ว คนจนจะได้สิทธิมากยิ่งขึ้น

3.ค่าไฟต่ำ 3 บาท

ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว พลัส สู่ Net Zero 2050 ของพรรคภูมิใจไทย มีมาตรการจะดำเนินการโดย พลังงานสีเขียว (Direct PPA) โดยจะทำโซล่าเซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ ที่จะคิดค่าดำเนินการ และค่าภาษี ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น จะส่งผลให้ “ประชาชนจะจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาทต่อยูนิต สำหรับ 200 ยูนิตแรก”

4.จักรยานไฟฟ้า

ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว คมนาคมสีเขียว พรรคภูมิใจไทย นำเสนอ “โครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะให้ประชาชนผ่อนเพียงเดือนละ 300 บาท 60 งวด เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์

5.ติดปีก SMEs

นโยบายเมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส ด้วยการติดปีก SMEs ผ่านการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ เสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนโดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ที่ใหญ่กว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บยส.)., เปิดตลาดใหม่ สู่ระบบออนไลน์ , เพิ่มแหล่งทุน  , สร้างความเป็นธรรมค่า GP , E- Commerce Platform SME , จัดการ Nominee , ขยาย Local content ฉวยโอกาส RVC traps , หาตลาดใหม่ , เสริม Business matching , ติดปีกทูตพาณิชย์ , ชูธุรกิจบริการ , Off-to-On Plus

6.ไทยเป็นไท ในเวทีโลก

การทูตไทย ต้องเป็นการทูตเชิงรุก ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ และยาเสพติด โดยเราต้องมีบทบาท ในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น เพื่อให้ไทยเข้าไปมีบทเด่นในเวทีโลก

“เป้าหมายคือ ทำให้ประเทศไทยกลับมายืนอยู่แถวหน้าของสังคมโลก อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และผลักดันผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ ให้ไทยเป็นไท อย่างแท้จริง บนเวทีโลก”

7.ศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ

นโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด พลัส ผ่านมาตรการ “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด” เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้ง 878 อำเภอ

8.สร้างกำแพงป้องกัน

นโยบาย “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามากดราคาพืชผลทางการเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา ประเทศไทยไม่เอาสิ่งเหล่านี้ และจำเป็นต้องมีกำแพงที่เข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

9.ทหารอาสา 100,000 คน

เปลี่ยนระบบทหารเกณฑ์สู่ระบบสมัครใจ สัญญาจ้าง 4 ปี รายได้ 12,000 บาทต่อเดือน พร้อมสวัสดิการและโควตาเข้าโรงเรียนนายสิบ เพื่อสร้างกองทัพสมัยใหม่ที่มีคุณภาพ

10.พยาบาลอาสา

โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา  เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ โครงการนี้จะมีการจ้างงานจากผู้จบการศึกษาด้าน พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เทคนิกการแพทย์ เข้ามาอบรมเพิ่มเติม แล้วเข้าทำงาน จำนวนเกือบ 100,000 อัตรา  เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ  เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ช่วยเหลือผู้สูงอายุ และครอบครัวผู้สูงอายุ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์

11.บาร์เตอร์เทรด Barter trading

ภายใต้นโยบาย เกษตรมั่นคง ชองพรรคภูมิใจไทย มีแนวทางที่กำหนดว่า การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ที่ใช้งบประมาณมากๆ นั้น จะต้องทำในลักษณะบาร์เตอร์เทรด  Barter trading หรือการค้าต่างตอบแทน เช่น การสั่งซื้อฝูงบินรบ เรือดำน้ำ เรือฟรีเกต หรือแม้กระทั่ง ต้องมีการเจรจาต่อรองว่าจะต้องซื้อสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ฯลฯ จากประเทศไทย 

โดยใช้หลักการคือ การหาประโยชน์ร่วม เพื่อให้เป็นช่องทางระบายสินค้าการเกษตรจากประเทศไทย หากดำเนินมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด จะทำให้ไม่มีสินค้าการเกษตรตกค้าง ราคาพืชผลการเกษตรจะสูงขึ้นได้