เช้านี้ทอง +100 “YLG” ชี้เทรนด์ขาขึ้น ลุ้นแตะ 3,700 ดอลล์/ออนซ์

ยังไปต่อ! ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 พ.ค.) +100 รูปพรรณ 52,350 บาท “YLG” ชี้เทรนด์ยังขาขึ้น ลุ้นทั้งปี’68 ขยับแตะ 3,700 ดอลลาร์/ออนซ์ รับ “ทรัมป์” กระตุ้นราคาพุ่ง เผย 3 เดือนทองปรับเพิ่ม 26%

วันนี้ (27 พ.ค.68) เวลา 09.05 น. รายงานจาก สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาขึ้น 100 ทำให้ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 51,450 บาทต่อบาททองคำ ขายออกบาทละ 51,550 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณ รับซื้อบาท 50,528.28 บาท และขายออกบาทละ 52,350 บาท

ดดยระหว่างวันมีการปรับราคาทอง ดังนี้

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) เผยว่า ราคาทองคำเช้านี้ยังคงถูกกดดันปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าระดับ 3,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังวันก่อนหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้า 50% จากยุโรป ส่งผลให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง ทรัมป์ได้ขยายเส้นตายการเจรจากับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. โดยยกเลิกคำขู่เดิมที่จะเรียกเก็บภาษีตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.

  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -15.0 เหรียญ หรือ -0.45% อยู่ที่ระดับ 3,335.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 922.46 ตันภาพรวมเดือนพฤษภาคม ขายสุทธิ 21.8 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. – ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 49.94 ตัน
  • เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการ เนื่องในวัน Memorial Day

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยปรับขึ้นมาแล้วกว่า 3 เท่า ใน 3 ปีที่ผ่านมา ทำผลตอบแทนขึ้นมาแล้วกว่า 20% ต่อปี โดยปีนี้เพียง 1 ไตรมาส (เดือนม.ค.-มี.ค.) ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 26% จากราคาต้นปีเปิดตลาดที่ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ไปทำจุดสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

ซึ่งเป็นผลจากโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทำให้ทองคำเติบโตได้เร็วมาก รวมถึงมีปัจจัยเรื่องของสงครามระหว่างประเทศและการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือดิจิทัลแอสเซทของนักลงทุนไทยด้วย

“ต้องยกประโยชน์ให้กับคุณโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทำให้ทองคำเติบโตได้เร็วมาก ชีวิตนี้ไม่เคยเห็นทองคำโตวันละ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ที่ผ่านมาขึ้นแค่สัปดาห์ละ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ด้วยซ้ำ“นางพวรรณ์กล่าว

ทั้งนี้ นโยบายทางด้านภาษีของทรัมป์ยังเดาใจยากทำให้การลงทุนค่อนข้างที่จะหวือหวา โดยมองแนวรับใหญ่ที่ 3,200 ดอลลาร์ หากหลุดจะอยู่ที่ 3,000 ดอลลาร์ หากไม่หลุดยังมองเป็นเทรนด์ขาขึ้นอยู่ โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวต้านเดิม ส่วนปีนี้คาดว่าแนวต้านจะขยับไปอยู่ที่ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ระหว่างจีนกับสหรัฐว่าจะเจรจาภาษีกันลงตัวหรือไม่ในช่วง 90 วันจากนี้ ส่วนแนวรับที่ควรเข้าไปซื้ออยู่ที่ 3,100 – 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือทองไทยที่ 48,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งมาตรการภาษีการนำเข้า การนำเข้าของเซมิคอนดักเตอร์จะส่งผลให้ราคาทองขยับขึ้นได้อีก ตอนนี้ขึ้นลง 100 ดอลลาร์สหรัฐ 

“สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่ชอบความผันผวนมีโอกาสที่จะโกยกำไรกิโลกรัมละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่แนะนำให้ขายทีเดียว แนะนำให้ขายบางส่วนและรอจังหวะหากย่อให้เข้าซื้อ”นางพวรรณ์กล่าว