ดีเซลจ่อขยับเพดานเป็น 33 บาท/ลิตร “พลังงาน” ยันไม่ขึ้นราคารวดเดียว
ต้นกุมภาฯ อีจัน
17 มีนาคม 2569

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางบริหารราคาน้ำมันดีเซล ว่า ควรมีการปรับเพิ่มเพดานราคาน้ำมันดีเซลขึ้นบ้าง หลังจากที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เข้ามาทำหน้าที่พยุงราคาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับเพดานราคา กองทุนน้ำมันฯ ยังมีบทบาทในการช่วยดูแลราคาในบางส่วน
สำหรับความชัดเจนของ เพดานราคาน้ำมันดีเซล จะมีการหารือ ในการประชุมเย็นนี้ (17 มีนาคม 2569) โดยจะพิจารณาถึงการทยอยขยับราคาน้ำมันดีเซล และกำหนดเพดานใหม่เป็น 33 บาทต่อลิตร ซึ่งจะไม่ขึ้นกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน
“การกำหนดเพดานราคาดังกล่าวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาขายปลีกน้ำมันของประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 32 บาทปลายถึงเกือบ 33 บาทต่อลิตร”
นายอรรถพล กล่าวว่าไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมัน เนื่องจากปริมาณน้ำมันมีเพียงพอ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่เป็นปัญหาด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญ โดยไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาทดแทนรถขนน้ำมันได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 100% และบางแห่งมากกว่า 100% ขณะที่ผู้ค้าน้ำมันได้เปิดคลังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อลดข้อจำกัดด้านการกระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม ปัญหายังคงอยู่ที่จำนวนรถบรรทุกน้ำมันและรอบการขนส่งที่ไม่เพียงพอในช่วงที่ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น
กระทรวงพลังงานได้ประสานงานกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร เพื่อขอขยายเวลาการวิ่งของรถบรรทุกน้ำมัน จากเดิมที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและบรรเทาปัญหาดังกล่าว
นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้เติมน้ำมันในปริมาณปกติ เพื่อลดแรงกดดันต่อระบบขนส่ง โดยคาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว หากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ
สำหรับปริมาณน้ำมันดิบสำรองใหม่จำนวน 3 ล้านบาร์เรล รมว.พลังงาน ระบุว่า เพียงพอสำหรับการใช้งานหลายวัน โดยเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันของประเทศไทยที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะทำให้ระยะเวลาสำรองเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 90 วัน เป็นมากกว่า 100 วัน
ในด้านค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. 69) นายอรรถพล ระบุว่า ว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และปัจจัยรอบด้านต่างๆ เพื่อใช้ในการคำนวณค่าไฟงวดใหม่
โดยจะปล่อยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คิดตามต้นทุนจริงตามกระบวนการของ กกพ. ซึ่งจะมีการเปิดทำข้อเสนอทางเลือก เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณา เพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบถัดไป
หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปพิจารณาอีกครั้ง โดยใช้กลไกลจากหลายภาคส่วนทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สำหรับค่าไฟงวดปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
” แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้น แต่รัฐบาลจะใช้หลายปัจจัยเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยภาคประชาชนจะยังคงจ่ายค่าไฟในอัตราเดิม” รมว.พลังงาน กล่าว
ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งทีมตรวจสอบร่วมเพื่อติดตามพฤติกรรมการกักตุนและการค้ากำไรเกินควร โดยยืนยันว่ามีการเริ่มลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว และขอความร่วมมือผู้ประกอบการไม่ให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งด้านการขนส่ง การบริหารจัดการ และการไม่กักตุน สถานการณ์น้ำมันจะคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว