“ปลัดคลัง” ย้ำชัด! เม.ย. นี้ บัตรคนจน ได้รับเงินเพิ่ม 100 บาท เล็งหั่นภาษีดีเซล ลดค่าครองชีพ
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
27 มีนาคม 2569

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ดังนั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน ครม. จึงได้มีมติพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพิ่มจากเดิมที่ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน รวมเป็นวงเงิน 400 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภายในเดือนเม.ย. 2569

“รัฐบาลจะใช้งบประมาณปี 2569 ในส่วนของงบกลาง ในการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการ อย่างไรก็ดีแม้ ครม. จะพิจารณาเห็นชอบ แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ การใช้งบกลางต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
ขณะที่มาตรการเยียวยาภาคขนส่งออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง อาทิ รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง รัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างราคาน้ำมันตามการวิ่งจริง โดยกรมการขนส่งทางบกจะใช้ระบบ GPS ตรวจสอบ เพื่อให้การเบิกจ่ายแม่นยำและป้องกันการทุจริต เพื่อตรึงราคาตั๋วโดยสารช่วงสงกรานต์ไม่ให้แพงขึ้น คาดว่าจะใช้งบประมาณปี 2569 ในส่วนของงบกลางประมาณ 1,000 ล้านบาท
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติให้กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเน้นไปที่น้ำมันดีเซลเป็นหลักเนื่องจากกระทบต่อภาคขนส่งและค่าครองชีพสูงที่สุด ทั้งนี้ปัจจุบันรัฐเก็บภาษีดีเซลอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาทต่อลิตร การลดภาษีทุกๆ 1 บาท จะมีผลให้ราคาขายปลีกลดลงทันที 1 บาท แต่จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน
ส่วนการจัดเก็บภาษีลาภลอย จากกลุ่มพลังงานนั้น ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่ายังไม่มีการหารือในระดับนโยบาย และส่วนตัวมองว่าทำได้ยากเนื่องจากราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงคล้ายราคาทองคำ หากจะเก็บภาษีในช่วงที่ผู้ประกอบการมีกำไร ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกตกต่ำจนขาดทุน รัฐจะมีกลไกดูแลอย่างไร จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบในระยะยาว
นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอี กระทรวงการคลังได้ประสานกับธนาคารออมสินเตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับเอสเอ็มอี ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะมีความชัดเจนและเริ่มดำเนินการได้ทันทีเพื่อให้ทันต่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ เพื่อไม่ให้ราคาตั๋วโดยสารปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน