“เอกนิติ” ปั่นเศรษฐกิจ ใช้ AI ดันยอดขาย ชูแอพฯ “ถุงเงิน” อุ้มแม่ค้า

“เอกนิติ” ปลุกไทยฝ่าพายุโลก ใช้ AI พลิกเศรษฐกิจ ดันยอดขาย ชูแอพฯ “ถุงเงิน” ช่วยแม่ค้ายกระดับฐานราก

วันนี้ (7 พ.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานกล่าวเปิดงานมหกรรมการเงิน Money Expo ครั้งที่ 26 ภายใต้แนวคิดหลัก “AI Wealth Creation” พร้อมกล่าวตอนหนึ่ง ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ถือเป็นคลื่นเศรษฐกิจลูกใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมและเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งหากประเทศไทยสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นมหาโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งระดับประเทศ (Nation Wealth Creation)

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มีสภาพเสมือนรถยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่บนเวทีโลกท่ามกลางความเสี่ยงรอบด้าน โดยเผชิญกับปัญหาเครื่องยนต์เก่าเนื่องจากประเทศขาดการลงทุนขนาดใหญ่มาอย่างยาวนาน ประกอบกับคนขับที่มีอายุมากตามสภาวะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอจึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการยกเครื่องยนต์ใหม่ และช่วยเสริมศักยภาพคนขับให้เก่งกาจขึ้น เพื่อพารถยนต์คันนี้ฝ่าพายุวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกแบ่งขั้ว รวมถึงวิกฤติพลังงานและค่าครองชีพ” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้รัฐบาลได้วางแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลไกที่สำคัญ เริ่มจากการคว้าโอกาสจากเทรนด์โลกเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติโครงการลงทุนของติ๊กต็อก (TikTok) มูลค่าสูงถึงเกือบ 9 แสนล้านบาท เพื่อต่อยอดการใช้ฐานข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่เม็ดเงินลงทุนมหาศาลเท่านั้น แต่ยังได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญให้บริษัทข้ามชาติต้องเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) เพื่อยกระดับศักยภาพคนไทยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้เอไอในการดำเนินธุรกิจและวิเคราะห์ความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม

และอีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการสร้างโอกาสให้เศรษฐกิจระดับฐานรากผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รูปแบบใหม่ โดยกระทรวงการคลังเตรียมนำเอไอเข้ามาผสานกับชีวิตประจำวันและระบบการเงินของร้านค้ารายย่อย เทคโนโลยีนี้จะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการขายอย่างแม่นยำ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทราบถึงสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด นำไปสู่การบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงทำการบันทึกและวิเคราะห์รายรับรายจ่ายออกมาเป็นงบการเงิน (Financial Statement) อย่างง่ายโดยอัตโนมัติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นฐานข้อมูล (Data) สำคัญที่ช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยกว่า 1.4-1.5 ล้านราย สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ ถือเป็นการอุดช่องโหว่และลดปัญหาการกู้หนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน

นายเอกนิติ กล่าวเสริมด้วยว่า ภาครัฐต้องเร่งผลักดันความรู้ด้านเอไอ (AI Literacy) ให้แก่ประชาชนในวงกว้างด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์จะต้องมีความรู้เท่าทัน ไม่ถูกเอไอหลอกลวง และต้องมีศักยภาพเหนือกว่าเพื่อที่จะเป็นผู้ควบคุมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่

“ตอนนี้เรากำลังวิ่งผ่านพายุหลายลูก ทั้งพายุวิกฤติตะวันออกกลาง พายุต้นทุน และพายุเรื่องเอไอ สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องสร้างโอกาส ต้องสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยโดยใช้เอไอเป็นแรงขับเคลื่อน เราต้องสร้างคนขับให้เก่งเพื่อนำพาประเทศไปให้ไกล และที่สำคัญคือต้องพาคนไทยทุกคนขึ้นรถยนต์คันนี้ฝ่าพายุไปให้ได้ เพื่อพบกับฟ้าหลังฝนที่จะสว่างกว่าเดิม” นายเอกนิติ กล่าว