ดีอี ยืนยันคำศัพท์ “สงกรานต์“ ย้ำไม่ได้เป็นคำมาจาก “เขมร”

กัมพูชาติดเคลมเกิน! “ดีอี” ยืนยันคำศัพท์ “สงกรานต์“ ย้ำไม่ได้เป็นคำมาจาก “เขมร” อ้างไทยนำไปใช้ หวั่นสร้างความสับสน ยันเป็นข้อมูลเท็จ พร้อมเปิดต้นกำเนิดแห่งภาษา-วัฒนธรรม

วันนี้ (22 เม.ย.69) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

พบข่าวปลอม  เรื่อง “สงกรานต์ เป็นคำในภาษากัมพูชา แต่ถูกไทยนำไปใช้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่าไทยนำคำว่า “สงกรานต์” จากกัมพูชาไปใช้ เป็นข้อมูลเท็จและไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งคำดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากภาษาสันสกฤตและถูกนำมาใช้ในหลายประเทศในภูมิภาคในลักษณะของ “มรดกวัฒนธรรมร่วม” 

ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ที่ “วิธีการใช้คำและการตีความทางวัฒนธรรม” กล่าวคือ ไทยใช้คำนี้เป็นชื่อเทศกาลโดยตรง ขณะที่กัมพูชาใช้คำพื้นเมืองเป็นหลักและใช้คำสันสกฤตในเชิงพิธีกรรม ดังนั้น การทำความเข้าใจประเด็นนี้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการและบริบททางวัฒนธรรมร่วม มากกว่าการตีความในเชิงความเป็นเจ้าของของชาติใดชาติหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  

“ขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด”

จากการตรวจสอบข้อมูลในวันที่ 20 เม.ย.69 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 149,536 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 14,603 ข้อความ 

ทั้งนี้ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 11,955 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1,396 ข้อความ ช่องทาง Website 1,247 ข้อความ ช่องทาง Facebook 3 ข้อความ และช่องทาง TikTok 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ใน