มาเลย์ เที่ยวไทยทะลุ 4.4 ล้านคน  แซงจีนครั้งแรกในรอบ 13 ปี “ยุทธศักดิ์” ชี้เที่ยวไทยยังแกร่ง

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

16 ธันวาคม 2568

มาเลย์ เที่ยวไทยทะลุ 4.4 ล้านคน  แซงจีนครั้งแรกในรอบ 13 ปี “ยุทธศักดิ์” ชี้เที่ยวไทยยังแกร่ง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลของททท.พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยยังคงคึกคัก จำนวนสะสมอยู่ที่ 30 ล้านคน แม้ต้องเผชิญกับแรงกระแทกจากภายนอก โดยมีการเปลี่ยนแปลงของตลาดแหล่งผู้มาเยือนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่พัฒนา และสภาพเศรษฐกิจใหม่ ที่สร้างแนวโน้มและทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมนี้ โดยทิศทางปี 2569 ททท.ตั้งเป้าหมายการเติบโตของการท่องเที่ยวสูงขึ้นเป็นจำนวนที่ 34.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% เทียบปี2568 สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%

“การท่องเที่ยวไทยในปี 2568–2569 เผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผลกระทบต่อเนื่องจากความขัดแย้งชายแดนและภัยธรรมชาติ รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดหลักอย่างจีนที่ยังไม่เต็มที่ แต่การเติบโตของตลาดทางเลือก โดยเฉพาะมาเลเซียและอินเดีย รวมถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของตลาดระยะไกลในการสร้างรายได้ ถือเป็นโอกาสใหม่ การปรับตัวให้ทันสถานการณ์ ต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาดที่เจาะจง การกระจายความเสี่ยงด้านตลาด และการเสริมสร้างความปลอดภัย ความยืดหยุ่น แม้ยังมีความไม่แน่นอน แต่หากตอบสนองอย่างมียุทธศาสตร์และปรับตัวได้ทันเวลา จะยังคงรักษาตำแหน่งแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก สร้างคุณค่าเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศได้ต่อไป” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการท่องเที่ยว เป็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยเห็นนักท่องเที่ยวมาเลเซียแซงจีน ครั้งแรกในรอบ 13 ปี (ไม่นับช่วงวิกฤตโควิด-19) และการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและการใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวโน้มเด่นของปี 2568 โดยข้อมูลจาก ททท.ประเมินว่ามาเลเซียจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 4.4 ล้านคนในปี 2568 ขณะที่จีนมีจำนวนน้อยกว่า โดยการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวอย่างมาก จากที่เคยคิดเป็น28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2562 จำนวนประมาณ 11.1 ล้านคน ปัจจุบันเหลือเพียง 14% และคาดว่าจะมีผู้มาเยือนตํ่ากว่า 5 ล้านคนในปี 2568 ททท.จึงคาดการณ์ว่าจีนจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวมาเลเซียยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะในภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ มีการยกเลิกการจองมากกว่า 8,000 รายการในช่วงแรกของเหตุการณ์ การปิดด่านและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงมีความกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างรวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ ผลกระทบทางเศรษฐกิจคาดว่ามีความเสียหายหลายพันล้านบาทต่อเดือนส่งผลกระทบต่อธุรกิจรถเช่า บริษัททัวร์ โรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษสระแก้ว และอุบลราชธานี ไม่ต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภาคใต้และโรงแรมภาคใต้ต้องเผชิญกับอุปสรรคเพิ่มเติม ทำให้นักท่องเที่ยวไทยและมาเลเซียจำนวนมากยกเลิกการจองและการเดินทาง ส่งผลกระทบหนักต่อธุรกิจโรงแรม คาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในภาคใต้จะสูงถึงหลักหมื่นล้านบาทและอาจส่งผลต่อเนื่องไปจนสิ้นปี

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า พิจารณาในรายตลาด พบว่าตลาดระยะใกล้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศอาเซียนและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงครองสัดส่วนการท่องเที่ยวขาเข้าของไทย โดยคิดเป็น 67% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดหรือมีจำนวนที่ 23,223,000 คน และคิดเป็นสัดส่วน 55% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ขณะที่ตลาดระยะไกลอาทิ ยุโรปและอเมริกา มีสัดส่วน 33% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด อยู่ที่ 11,667,000 คน แต่สร้างรายได้ถึง 45% สะท้อนถึงการใช้จ่ายต่อคนที่สูงกว่า โดยโดยตลาดระยะใกล้ยังคงเป็นแหล่งหลัก คิดเป็น 67% ของผู้มาเยือนและ55% ของรายได้ ขณะที่ตลาดระยะไกลจะมีสัดส่วน 33% และสร้างรายได้ 45% ของรายได้รวม