นางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไม้ผลที่สำคัญว่า ประเทศไทย มีผลไม้เศรษฐกิจมากมายหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย และลิ้นจี่ ซึ่งจากข้อมูลพยากรณ์ปริมาณการผลิตไม้ผลทั้งประเทศ ในปี 2568 ของศูนย์สารสนเทศการเกษตร พบว่า ภาพรวม ปี 2568 คาดว่ามีปริมาณผลผลิตไม้ผลทั้ง 6 ชนิด (ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ลำไย และลิ้นจี่ ข้อมูลพยากรณ์ ณ พฤศจิกายน 2567) รวมทั้งสิ้น 3.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวนรวม 3.26 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 0.42 ล้านตัน หรือร้อยละ 12.72)


เนื่องจากปี 2567 มีสภาพอากาศที่แปรปรวน อากาศร้อนแล้ง ซึ่งทำให้ในหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอในช่วงออกดอก และสลับกับมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงติดผล ทำให้ดอกแห้งฝ่อ ฝนชะดอกร่วง บางส่วนแตกยอดอ่อนแทนการออกดอก และส่วนที่ติดผลแล้วสลัดผลอ่อนทิ้งเสียหายจำนวนมาก ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ไม้ผลมีเวลาพักต้นเพื่อสะสมอาหาร ต้นจึงสมบูรณ์ ประกอบกับในปี 2568 คาดว่าสภาพอากาศเอื้ออำนวย มีช่วงแล้งเหมาะสมในช่วงไม้ผลออกดอก ส่งผลให้การออกดอกติดผลดีกว่าปี 2567 ทั้งนี้ โดยภาพรวม เนื้อที่เพาะปลูกของไม้ผลทุกชนิดลดลง ยกเว้นทุเรียนที่มีเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทุเรียนที่ปลูกในปี 2563 เริ่มให้ผลผลิตได้ในปีนี้

หากพิจารณาเฉพาะปริมาณผลผลิตรายชนิดสินค้า คาดว่า ทุเรียน มีปริมาณผลผลิต 1.66 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 1.29 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 370,251 ตัน หรือร้อยละ 28.75) เงาะ มีปริมาณผลผลิต 0.21 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 0.20 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 9,670 ตัน หรือร้อยละ 4.76) มังคุด มีปริมาณผลผลิต 0.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 0.27 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 7,280 ตัน หรือร้อยละ 2.67) ลองกอง มีปริมาณผลผลิต 0.05 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 0.047 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 2,413 ตัน หรือร้อยละ 5.11) ลำไย มีปริมาณผลผลิต 1.46 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 1.44 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 16,388 ตัน หรือร้อยละ 1.14) และลิ้นจี่ มีปริมาณผลผลิต 0.02 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 0.01 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 9,138 ตัน หรือร้อยละ 63.75) โดยจะเริ่มต้นฤดูกาลผลไม้ไทยปี 2568 ด้วยผลไม้ของภาคตะวันออก ซึ่งจะทยอยออกสู่ตลาด ที่จะทยอยเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป ขณะที่ภาคเหนือจะเริ่มออกสู่ตลาดเดือนมีนาคม และภาคใต้เริ่มออกตลาดเดือนมิถุนายน


ทั้งนี้ ข้อมูลผลพยากรณ์ผลผลิต ปี 2568 เป็นผลการคาดการณ์จากในระยะที่ไม้ผลอยู่ระหว่างการเตรียมต้นและออกดอก ซึ่งทาง สศก. จะติดตามสถานการณ์การผลิตอย่างต่อเนื่องต่อไป และจะมีการพยากรณ์ไม้ผลรอบสองอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2568 เนื่องจากผลไม้มีความอ่อนไหวต่อสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ปริมาณการผลิตไม้ผลนำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับกระทรวง กรม และจังหวัดได้นำข้อมูลผลพยากรณ์ผลผลิตไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมมาตรการนโยบายในการบริหารจัดการผลไม้ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำที่น่าสนใจ จากกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการปลูกกล้วยหอมทอง ที่ในอนาคต ทางก.พาณิชย์ ก็เล็งไว้ว่า จะผลักดันให้เป็นผลไม้ส่งออกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เพราะกล้วยหอมทอง เป็นที่นิยมในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น และที่สำคัญ ผลไม้ชนิดนี้ สามารถปลูกได้ดีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ราคาก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เกษตรกรไทย ในปี 2568 นี้ ใครกำลังเล็งๆว่า จะลงทุนอะไรในสวนของตัวเอง ก็ลองศึกษาข้อมูลนี้เอาไว้นะครับ เผื่อจะมีประโยชน์ครับ โชคดีปีใหม่ทุกคนครับ
