“ปลัดดีอี” หวด “Bolt” ขู่บล็อกแพลตฟอร์ม หลังไรเดอร์ทำผิดกฎหมาย

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

40 นาทีก่อนหน้า

“ปลัดดีอี” หวด “Bolt” ขู่บล็อกแพลตฟอร์ม หลังไรเดอร์ทำผิดกฎหมาย

จากกรณีผู้โดยสารเรียกรถโดยสาร ซึ่งเป็นเพียงนักเรียนเท่านั้น โดยเรียกรถผ่านแพลตฟอร์มโบลท์ (Bolt) แต่เจอไรเดอร์ขับรถเลยจุดหมายที่กำหนด ซ้ำยังมีการจอดรถเพื่อดื่มน้ำกระท่อม จนทำให้ผู้โดยสารตกใจกระโดนหนีลงจากรถมอร์เตอร์ไซค์จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมาสืบทราบภายหลังว่าไรเดอร์ผู้ก่อเหตุใช้ไอดีของบิดามาใช้เป็นบัญชีเพื่อเปิดกับแพล็ตฟอร์มเรียกรถโดยสาร

วันนี้ (29 เม.ย.69) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ไม่ควรเกิดขึ้น” และสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการความเสี่ยงของแพลตฟอร์มโบลท์ (Bolt) แม้ที่ผ่านมา กระทรวงดีอี และกระทรวงคมนาคมจะให้โอกาสด้วยการขยายเวลาจดแจ้งให้ถูกต้องจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 69 แต่ผลปรากฏว่าแพลตฟอร์มกลับไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

นายพชรกล่าวว่า ตามกฎหมายของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) มีหน้าที่เพียงรับจดแจ้งการประกอบธุรกิจ และกำหนดให้ไรเดอร์ลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ยังไม่สามารถมีบทลงโทษทางแพ่งและอาญา ดังนั้น กระทรวงดีอี ต้องการให้แก้ไขกฎหมายให้สามารถเอาผิดกับแอปพลิเคชัน ได้ทั้งทางแพ่งและอาญา

จึงต้องเร่งดูกระบวนการที่เร็วที่สุดที่จะทำได้ว่าจะปรับแก้กฎหมายของกระทรวงดีอีที่มีอยู่แล้ว คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือจะยกระดับ พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ของ ETDA เป็น พ.ร.บ.เพื่อให้สามารถเอาผิดกับแพลตฟอร์ม รวมถึงการปิดแอปพลิเคชัน เพื่อไม่ให้บริการในประเทศไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มยังไม่มีระบบคัดกรองคนที่ดี ซึ่งควรคัดกรองคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ มากกว่าจะมานั่งบล็อกไรเดอร์ที่กระทำความผิดไปแล้ว และแพลตฟอร์มไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ถูกต้องตามที่ตกลงกับกระทรวงดีอี

“แพลตฟอร์มต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องทำกฎหมายให้ถูก คัดกรองคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะออกให้หมด ไม่ใช่มานั่งทำโปรแกรมบ้าๆ บอๆ ไม่ตรวจสอบตามกฎหมาย ปล่อยให้เข้ามาขับขี่”

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า ETDA ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS ได้มีการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างจริงจัง รวมไปถึงการหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

โดยในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Ride Sharing ได้มีการเชิญผู้ให้บริการเข้าหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือ ประกาศ Ride Sharing Platform” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569

ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า บางแพลตฟอร์มยังมีมาตรการตรวจสอบที่ “ไม่เข้มข้นเพียงพอ” ตามที่ประกาศกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ ETDA จึงได้สั่งการให้ แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภท หรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ETDA ได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ให้บริการ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้เร่งมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มอื่น เพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้ขับรายดังกล่าวไปให้บริการในระบบอื่น รวมถึงให้เร่งปรับปรุงระบบการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ประกาศ Ride Sharing Platform กำหนด

ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า แพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามประกาศ เช่น ปล่อยให้มีผู้ขับที่ใช้รถผิดประเภท ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจนำไปสู่การออกคำสั่ง “ห้ามประกอบธุรกิจ” และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจถูก “ถอนการรับแจ้ง” และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากยังคงให้บริการต่อไป

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องแอปพลิเคชันเรียกรถ ได้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากที่เป็นข่าว และ ทาง กรมฯ ได้รับการร้องเรียน โดยตั้งแต่ปี 65 จนถึงปัจจุบัน ทางกรมฯ ได้ตรวจจับ รวมกว่า  6,776 เคส เป็นรถของโบลท์ สูงถึง 2,193 เคส ซึ่งสูงถึง 1 ใน 3  ขณะที่ใบรับรองฯ ของโบลท์ จะหมดในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ และได้ขอต่ออนุญาตเข้ามาแล้วตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมา

“ซึ่งหากไม่มีการปรับปรุงให้เป็นไปตามกฎหมาย และเปิดให้ทางกรมฯ เข้าร่วมตรวจสอบ ก็จะไม่พิจารณาออกใบรับรองประกอบธุรกิจฯต่อให้ หากยังให้บริการจะถือว่าผิดกฎหมาย และซึ่งหากถึงขั้นตอนนั้น ก็ขอให้ประชาชนอย่าสนับสนุนใช้บริการ”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีผู้ขับขี่และไรเดอร์ ในอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย แต่มีเข้ามาจดทะเบียน รย.17 และ รย.18 ประมาณ 2 หมื่นรายเท่นนั้น ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมฯ ได้ร่วมกับ เอ็ตด้า กระทรวงดีอี ในการเปิดระบบให้คนขับและไรเดอร์ เข้ามาจดทะเบียน แต่ยังมีจำนวนน้อยอยู่

นายณัฐดนย์ สุขสิริฐานนท์  ผู้จัดการทั่วไป  โบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า โบลท์ ได้ติดตามเหตุที่เกิดขึ้น และได้เร่งเยียวผู้เสียหาย และได้ทำการแบนหรือระงับผู้ขับขี่คนดังกล่าวแล้ว และที่ผ่านมาได้ระงับคนขับที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมายไปแล้ว กว่า 4 หมื่นราย โดยยืนยันพร้อมปฎิบัติตามกฎหมาย และร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยผู้โดยสาร ทั้งในส่วนให้สามารถแติดต่อแจ้งตำรวจได้ และสามารถแแทคกิ้งติดตามการเดินทางได้ ฯลฯ