ไทยเจอศึก 2 เด้ง แผ่นดินไหว-ภาษีทรัมป์ ทุบเศรษฐกิจวูบ 3.6 แสนล้าน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

3 เมษายน 2568

ไทยเจอศึก 2 เด้ง แผ่นดินไหว-ภาษีทรัมป์ ทุบเศรษฐกิจวูบ 3.6 แสนล้าน

วันนี้ (3 เม.ย.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบของภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีจากไทย 36% หลังจากประเมินว่าไทยเก็บภาษีภายรวมจากสหรัฐฯ ราว 72% เรียกว่าเป็นจำนวนที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

“เบื้องต้นผลกระทบต่อจีดีพีของไทยคาดว่ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะมีผลทำให้มูลค่าการส่งออกรวมของไทยลดลงประมาณ 359,104 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ -1.93% ของจีดีพี”นายนวรรธน์กล่าว

นายนวรรธน์กล่าวว่า ผลกระทบทางตรง : การส่งออกสินค้าจากไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ: การขึ้นภาษีสินค้าไทยเป็น 36% อาจทำให้การส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ลดลง 8,703 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 300,237 ล้านบาท) โดยกลุ่มสินสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 3 อันดับ ดังนี้

คืออุปกรณ์ไฟไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (-2,014 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ -69,492 ล้านบาท) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (-1,378 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ -47,533 ล้านบาท) และอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม (-1,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ -34,843 ล้านบาท)

ผลกระทบทางอ้อม:

  • การส่งออกวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานจีน-สหรัฐฯ การขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 5,446 อาจทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการส่งออกวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับจีนประมาณ 1,103 ล้านดอลลาร์ฯ (38,063 ล้านบาท)
  • การส่งออกวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-จีน เมื่อจีนได้มีการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 10-15% วัตถุดิบไทยที่เชื่อมโยงกับการส่งออกของสหรัฐฯ ไปจีนลดลงประมาณ 16 ล้านดอลลาร์ฯ (552 ล้านบาท)
  • การส่งออกวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานเม็กชิโก-สหรัฐฯ การขึ้นภาษีสินค้าเม็กซีโกอีก 25% อาจทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการส่งออกวัตถดิบที่เชื่อมโยงกับเม็กชิโกประมาณ 420 ล้านดอลลาร์ฯ (14,490 ล้านบาท)
  • การส่งออกวัตถติบในห่วงโซ่อุปทานแดนาตา-สหรัฐฯ: การขึ้นภาษีสินค้าของแดนาดาอีก 25% สำหรับสินค้าทั่วไป และ 10% สำหรับสินค้ากลุ่มพลังงาน อาจทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการส่งออกวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับแคนาดาประมาณ 76 ล้านดอลลาร์ฯ (2,662 ล้านบาท)
  • การส่งออกวัตถุดิบในท่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-แคนาดา เมื่อแคนาดามีการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 25% วัตถุดิบไทยที่เชื่อมโยงกับการส่งออกของสหรัฐฯ ไปแคนาดาอาจลดลงประมาณ 91 ล้านดอลลาร์ฯ (3,140 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน ประเมินผลกระทบเศรษฐกิจไทยทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหว อยู่ที่ 15,747.8 ล้านบาท และการขึ้นภาษี อยู่ที่ 359,104 ล้านบาท โดยประมาณ 360,000 ล้านบาท มีผลทำให้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวน้อยกว่าเดิม 1-2% มีโอกาสมากขึ้น จากที่ประมาณไว้ที่ 3% อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ภานใน 3 เดือนก่อน

ขณะที่มาตรการรับมือควรแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

1) ระยะเร่งด่วน (1-2 เดือน) การสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่น

  • จัดตั้งศูนย์ประสานงานฉุกเฉินและตรวจสอบความปลอดภัยอาคารในพื้นที่เสี่ยง
  • ดำเนินการสื่อสารเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ Aftershock และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
  • จัดทำแคมเปญเฉพาะสำหรับตลาดจีน อินเดีย เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง
  • สนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในห่วงโซ่การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

2) ระยะสั้น (3-6 เดือน) ฟื้นฟูภาพลักษณ์และสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยว

  • แผนการตลาดฟื้นฟูภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในตลาดจีน ซึ่งมีผลสำรวจพบว่า 30% มีความรู้สึกทางลบต่อการเดินทางมาไทย และ 65.8% รอดูสถานการณ์
  • ปรับปรุงระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวและพัฒนาแอปพลิเคชันข้อมูลความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
  • จัดฝึกอบรมการจัดการภาวะวิกฤตให้ผู้ประกอบการในอุตฯ ท่องเที่ยว และฝึกซ้อมรับมือภัยพิบัติในแหล่งท่องเที่ยวหลัก

3) ระยะกลาง (7-12 เดือน) ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาคารและระบบประกันภัย

  • ส่งเสริมระบบประกันภัยแผ่นดินไหวที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับธุรกิจและที่อยู่อาศัย เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในอนาคต
  • ทบทวนและเข้มงวดมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสูงในพื้นที่ชั้นดินอ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นในกรุงเทพฯ