ไทยเนื้อหอม ! ต่างชาติขนเงินลงทุนไทย 11 เดือน ลงทุนรวม 2 แสนล้าน

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

24 ธันวาคม 2567

ไทยเนื้อหอม ! ต่างชาติขนเงินลงทุนไทย 11 เดือน      ลงทุนรวม 2 แสนล้าน

(24 ธ.ค.67) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ได้เปิดเผยว่า 11 เดือน ปี 2567 ช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 884 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 202 ราย โดยการขอหนังสือ รับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 682 ราย เงินลงทุนรวม 213,964 ล้านบาท

ต่างชาติเข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก

 1.ญี่ปุ่น 239 ราย คิดเป็น 27% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 119,057 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ 

     – ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้บริการทดสอบทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์และการใช้พลังงานของยานยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เป็นต้น

 – ธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อค้าส่งในประเทศ

  – ธุรกิจการขายอาหารและเครื่องดื่ม

  – ธุรกิจบริการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์

 – ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ ชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ

2. สิงคโปร์ 120 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 16,332 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ 

     – บริการทางวิศวกรรมและเทคนิคด้านต่างๆ เช่น การออกแบบทางวิศวกรรม และการวางระบบโครงสร้างการผลิต เป็นต้น

     – ธุรกิจการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ

 – ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานในอ่าวไทย

  – ธุรกิจบริการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ Cloud Service

  – ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับเทคโนโลยีขั้นสูง เครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

3. จีน 117 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 16,674 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  – ธุรกิจบริการติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา และฝึกอบรมเกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบการทำงานต่างๆ เพื่อติดตั้งระบบสายพานที่ใช้สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้า

  – ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วน สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ

  – ธุรกิจบริการบริการพัฒนา Enterprise Software

  – ธุรกิจบริการสถานที่สำหรับเล่นเกมแก้ไขปริศนา (Escape Room)

  – ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบการสื่อสารแบบใยแก้วนำแสง

4. สหรัฐอเมริกา  115 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 23,555 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

  – ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การติดตั้ง บำรุงรักษา แก้ไข และปรับแต่งเว็ปไซต์ เป็นต้น

  – ธุรกิจค้าปลีกสินค้า อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวหน้าและผิวกาย เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์

  – ธุรกิจโฆษณา

  – ธุรกิจบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษากล้องส่องตรวจ ท่อส่องตรวจ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

 – ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว หมากฝรั่ง อาหารสำเร็จรูป Electro Magnetic Product, แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

5. ฮ่องกง 62 ราย คิดเป็น 7 ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 14,508 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 – ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นการจัดซื้อสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ

   – ธุรกิจบริการฝึกอบรม ติดตั้ง บำรุงรักษา ซ่อมแซม และการปรับ (Calibration) เกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องกล เครื่องมือ และอุปกรณ์

  – ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย

  – ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และ/หรือ ให้บริการ เช่น การตอบคำถามโดยใช้เสียง (Voice to Voice) และการเสนอโฆษณาตามลักษณะของลูกค้า เป็นต้น

  – ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า อาทิ ด้ายหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชุดแบตเตอรี่ความจุสูง (High Density Battery)

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 272 ราย (44%) (เดือน ม.ค. – พ.ย. 67 อนุญาต 884 ราย / เดือน ม.ค. – พ.ย. 66 อนุญาต 612 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 115,676 ล้านบาท (118%) (เดือน ม.ค. – พ.ย. 67 ลงทุน 213,964 ล้านบาท / เดือน ม.ค. – พ.ย. 66 ลงทุน 98,288 ล้านบาท) ขณะที่มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวลดลง 2,415 ราย (40%) (เดือน ม.ค. – พ.ย. 67 จ้างงาน 3,671 คน / เดือน ม.ค. – พ.ย. 66 จ้างงาน 6,086 คน) โดยจำนวน นักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน

นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่

ญี่ปุ่น 28 ราย ลงทุน 21,107 ล้านบาท

รองลงมา จีน 14 ราย ลงทุน 2,868 ล้านบาท 

 สหรัฐอเมริกา 12 ราย ลงทุน 19,002 ล้านบาท