ทีทีบี ชี้แก้หนี้เน่าคือศึกใหญ่ หวัง “คุณสู้ เราช่วย” ทางออกโละหนี้

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

12 มีนาคม 2568

ทีทีบี ชี้แก้หนี้เน่าคือศึกใหญ่ หวัง “คุณสู้ เราช่วย” ทางออกโละหนี้

วันนี้ (12 มี.ค.68) นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผยว่า โครงการคุณสู้ เราช่วย ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยเหลือลูกหนี้ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ปัจจุบันทีทีบีมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

นายปิติกล่าวว่า หลังจากที่หลายฝ่ายให้ข้อมูลและเห็นชัดเจนว่าคุณสู้ เราช่วย หากแบ่งเป็นกลุ่มๆ คือ กลุ่มลูกหนี้สินเชื่อรถ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล กลุ่มลูกหนี้สินเชื่อบ้าน กลุ่มลูกหนี้สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) อาการต่างกันอย่างชัดเจน

“โปรแกรมนี้ถ้าเป็นยาก็เป็นยาขั้นสุดแล้ว เปรียบเป็นการเจ็บป่วยเหมือนมะเร็งกำลังให้คีโม มันไม่มียาแรงกว่านี้แล้ว แปลว่ามีกลุ่มคนที่บอกว่าไม่อยากรับยาแล้ว”นายปิติกล่าว

นายปิติกล่าวว่า ดังนั้น การลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่านี้ไม่มีแล้ว เพราะโปรแกรมนี้ดอกเบี้ยคือ 0% กลุ่มแรกคือสินเชื่อส่วนบุคคล กลุ่มนี้ยิ่งกว่าลดดอกเบี้ย เพราะมีการปิดจบด้วยเงินก้อน (แฮร์คัต) แต่ลูกค้ายังเข้าร่วมน้อยมาก เพราะลูกค้าไม่อยากจ่ายอะไรแล้ว และอยากเก็บเงินไว้ใช้ ซึ่งความสำเร็จกลุ่มนี้มีไม่เยอะ เพราะเป็นกลุ่มที่ทิ้งหนี้

สำหรับกลุ่มรถยนต์ ความสนใจดีขึ้น ซึ่งคนประมาณ 10% อยากเก็บรถ แต่คนอีกกว่า 80-90% บอกว่าไม่สู้ และไม่มีการเข้ามาเจรจาหนี้กับลูกหนี้ เพราะการขับรถออกจากระบบแบงก์ทำได้ง่าย เช่น การชำแหละอะไหล่ขายข้ามชายแดน เรื่องนี้เป็นต้นทุนแบงก์ ดังนั้น จะเห็นว่าแบงก์คิดดอกเบี้ยแพง เพราะต้องนำเงินมาอุ้มลูกหนี้กลุ่มเลือกทิ้งภาระให้กับแบงก์

ขณะที่กลุ่มบ้านให้การตอบรับค่อนข้างดี เพราะเห็นตัวเลขเข้าร่วมโครงการถึง 60% เพราะบ้านเป็นสินทรัพย์ที่แบงก์สามารถยึดได้ ลูกค้าไม่อยากให้แบงก์ยึดไป ซึ่งโปรแกรมนี้ดอกเบี้ยคือ 0% ผ่อนค่อยๆ เพิ่มขึ้นจะได้ผลดีใน 3 ปี ที่ลดดอกเบี้ยได้เยอะ

กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) เป็นกลุ่มที่แบงก์ไม่อยากเห็นว่าถูกยึดสถานประกอบการ โดยผลที่ออกมาน่ากังวล เพราะ 1 ใน 3 ที่อยากสู้ต่อ แต่ 7 ใน 10 บอกให้ยึดสถานประกอบการ เพราะทำธุรกิจก็ขาดทุนทุกเดือน

“ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ทีทีบี แต่สมาคมธนาคารไทย ทำงานร่วมกับ ธปท. กระทรวงการคลัง เพื่อดูว่ายาแรงที่สุดสามารถช่วยกลุ่มไหนได้ กลุ่มที่ไปไม่ได้แปลว่าโจทย์คือมากกว่าการผ่อนหนี้ ซึ่งศึกนี้ว่ากันอีกยาวๆ”นายปิติกล่าว

ทั้งนี้ โจทย์วันนี้คือธนาคารในฐานะเป็นส่งนหนึ่งของสังคมจะช่วยให้ผ่านความยากลำบากไปได้

ขณะที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคุณสู้ เราช่วย ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค.68 มีลูกหนี้ผู้แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการและอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์แล้ว 1.05 ล้านราย เป็นจำนวน 1.3 ล้านบัญชี

สำหรับมาตรการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ ประกอบด้วย 2 มาตรการ ได้แก่

1.มาตรการ ‘จ่ายตรง คงทรัพย์’ ช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน รถ และ SMEs ที่มีวงเงินไม่สูงมากกับสถาบันการเงิน ให้สามารถคงทรัพย์สินที่ใช้ในการดำรงชีพและประกอบอาชีพเอาไว้ได้

  • สำหรับสินเชื่อบ้าน / Home for Cash ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • สินเชื่อรถยนต์ไม่เกิน 8 แสนบาท
  • สินเชื่อรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 50,000 บาท
  • สินเชื่อ SMEs ไม่เกิน 5 ล้านบาท

โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปรับโครงสร้างหนี้และลดค่างวดในปีที่ 1 เหลือ 50% ในปีที่ 2 เหลือ 70% ในปีที่ 3 เหลือ 90% และ ‘พักภาระดอกเบี้ย’ เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยค่างวดที่จ่ายจะนำไปตัดชำระเงินต้นทั้งหมด ขณะที่ดอกเบี้ยที่พักไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปีจะ “ได้รับการยกเว้น” ตามเงื่อนไข

สำหรับกลุ่ม non-bank จะครอบคลุมเพิ่มเติมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีวงเงินรวมไม่เกิน 100,000 หรือไม่เกิน 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละแห่ง

  • สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลที่มีวงเงินรวมไม่เกิน 20,000 บาท
  • สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่มีวงเงินรวมไม่เกิน 50,000 บาท

โดยมาตรการนี้จะลดภาระผ่อนชำระ 3 ปี เหลือเพียง 70% และลดดอกเบี้ยให้ 10% ตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยพักดอกเบี้ยส่วนที่ลดให้ และ “ยกเว้นให้เลย” หากลูกหนี้ทำตามเงื่อนไขได้

2.มาตรการ ‘จ่าย ปิด จบ’ ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่มีหนี้เสีย (NPL) แต่มียอดคงค้างหนี้ไม่สูง (ไม่เกิน 5,000 บาท) โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ขั้นต่ำเพียง 10% ของยอดหนี้คงค้างเพื่อปิดหนี้ได้ทันที

ทั้งนี้ สำหรับ “คุณสู้ เราช่วย” จะช่วยแก้หนี้ จะดูแลความเป็นอยู่ของลูกหนี้ให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น และปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแบบเข้มข้นของรัฐบาล สำหรับลูกหนี้ของ Non-Banks สมัครเข้าร่วมได้ที่ bot.or.th/khunsoo หรือติดต่อเจ้าหนี้ ถึง 30 เม.ย.68