“ประเสริฐ” สั่งแก้ พรก.ปราบโจรไซเบอร์ บีบแบงก์จ่ายค่าเสียหาย

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

6 พฤศจิกายน 2567

“ประเสริฐ” สั่งแก้ พรก.ปราบโจรไซเบอร์ บีบแบงก์จ่ายค่าเสียหาย

วันนี้ (6 พ.ย.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 โดยมีกฎหมายบางประการต้องแก้ไขให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

“เบื้องต้นได้ลงนามและส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตรวจสอบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้แล้วเสร็จ จากนั้นจะส่งเรื่องกลับมาที่ ครม.รับทราบและเห็นชอบอีกครั้ง คาดว่ายังไม่ทันปีนี้อาจจะมีผลใช้ได้ในปีหน้า”นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

นายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับประเด็นกฎหมายที่จะแก้ไข อาทิ 1.การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร มีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด หรือ ยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ล้าสมัย

2.การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี

3.การป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือโจรออนไลน์

4.การระงับ หรือยกเลิกการใช้ซิม หรือการสื่อสารต้องสงสัย และ 5.การเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือสื่อสังคมออนไลน์ ในความเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์

“การเพิ่มกฎหมายให้ธนาคารรับผิดชอบ กรณีที่เกิดเหตุประชาชนโดนมิจฉาชีพหลอก แต่การตัดสินว่าธนาคารต้องรับผิดกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะสุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับศาลเป็นผู้ตัดสิน เช่น กรณีแบงก์มีความรับผิดชอบการดำเนินงานมากแค่ไหน หากปล่อยปะละเลยก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าใช้ความพยายามแล้วแต่ประมาทเลินเล่อก็เป็นเรื่องที่ศาลต้องตัดสิน”นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 13/2567 กองนวัตกรรมด้านดิจิทัล สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ ที่ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 26 ส.ค.67 ภายใต้นโยบายกำลังคนดิจิทัลของภาครัฐ ที่เป็นการนำบุคลากรจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ มาพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน จำนวน 8 คน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณในการพัฒนา ซึ่งมีตัวอย่างการพัฒนาระบบของกองนวัตกรรมด้านดิจิทัล ดังนี้

1.ระบบ MDES PDF Encrypter ที่พัฒนาร่วมกับ สกมช. เพื่อรองรับการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการเข้ารหัสเอกสารชั้นความลับต่างๆ ได้ ซึ่งสามารถเข้ารหัสเอกสารครั้งละจำนวนมากได้ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ license ของโปรแกรมเข้ารหัสได้ เช่น สป.ดศ. ลดค่าใช้จ่าย 1.7 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ สามารถนำระบบดังกล่าวไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

2.ระบบตรวจสอบและเก็บหลักฐานเว็บไซต์ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาล พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจสอบเว็บไซต์ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาล โดยจะทำการตรวจสอบ URLจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือInternet service provider (ISP) หากพบว่าเว็บไซต์ที่มีคำสั่งศาลแล้วยังคงเปิดให้บริการ ระบบจะดำเนินการเก็บหลักฐานเว็บไซต์ดังกล่าว

โดยใช้กระบวนการอัตโนมัติ (Robotic Process Automation) ซึ่งหลักฐานจะถูกบันทึกทั้งในรูปแบบวีดีโอและรูปภาพสำหรับดำเนินการปรับเป็นพินัยต่อไป

3.การพัฒนาแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ เป็นความร่วมมือในการพัฒนาแอปพลิชันระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยาและ สป.ดศ. ผ่านการแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาแอปพลิเคชันของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อพัฒนาโมดูลภายใต้แอปพลิเคชัน Thai weather ของกรมอุตุนิยมวิทยา

โดยระบบใหม่จะรองรับการแสดงผลบนแผนที่แบบมีการเคลื่อนไหวได้ รวมถึงข้อมูลและฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้น อาทิ พยากรณ์ฝน ความชื้น ทิศทางลม อุณหภูมิ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถระบุพิกัดได้ถึงระดับตำบล ทั้งยังสามารถติดตามการพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 7 วัน ซึ่งทำให้ระบบมีความทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

ทั้งนี้ กองนวัตกรรมด้านดิจิทัล มีแผนจะพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบ ERP, e-saraban, การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล เป็นต้น