“ศุภจี” ลุย! ถกบิ๊กนำเข้าข้าวไทยในสหรัฐฯ สู้ศึกภาษีทรัมป์

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

19 พฤศจิกายน 2568

“ศุภจี” ลุย! ถกบิ๊กนำเข้าข้าวไทยในสหรัฐฯ สู้ศึกภาษีทรัมป์

(วันนี้ 19 พ.ย. 68) กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขยายตลาดข้าวไทยในสหรัฐฯ ต่อเนื่อง โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการหารือนอกรอบ หลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าพบ Mr. Royce A. Nicolaisen CEO บริษัท Otis McAllister, Inc. ผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ณ โรงแรม Sofitel Los Angeles at Beverly Hills เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ)

การหารือมุ่งเน้นการขยายตลาดข้าวไทย ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวชนิดอื่นที่มีศักยภาพ พร้อมประเมินผลกระทบมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์และความสามารถแข่งขันของสินค้าไทย รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลความต้องการตลาดและปัจจัยที่ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐไทยสนับสนุนเพิ่มเติม

นางศุภจีระบุว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อลดผลกระทบจากภาษี และจะทำงานร่วมกับ RICE HUB เพื่อนำข้อมูลรสชาติ คุณลักษณะ และเรื่องราวของข้าวไทยมาช่วยสื่อสาร สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มการรับรู้ในตลาดสหรัฐฯ

รัฐมนตรีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภูมิอากาศและภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจึงต้องขับเคลื่อนสู่การเป็น Food Security Hub ที่ไม่เพียงส่งออกวัตถุดิบ แต่ขาย “ความมั่นคงทางอาหาร” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก

พร้อมกันนี้ กระทรวงยังได้สอบถามผลกระทบจาก Tariff โดยตรง และขอคำแนะนำจาก Otis เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมเชิญ Mr. Nicolaisen เดินทางมาไทยในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมงานเจรจาการค้าภายใต้กิจกรรม Exclusive Incoming Mission ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มปริมาณการซื้อขายและสร้างคู่ค้าใหม่

ด้านบริษัท Otis McAllister รายงานว่า ปี 2567 เป็นปีที่นำเข้าข้าวไทยสูงสุดในประวัติการณ์ ปริมาณรวม 118,000 ตัน มูลค่ากว่า 151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเครือข่ายจำหน่ายครอบคลุมห้าง Mainstream ค้าส่งรายใหญ่ Foodservice รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียและฮิสแปนิกทั่วประเทศ

นอกจากข้าว ไทยยังมีศักยภาพเพิ่มในสินค้าอื่น เช่น ปลากระป๋อง สับปะรด และผลไม้เมืองร้อนอบแห้ง ซึ่งตลาดสหรัฐฯ ต้องการสูงขึ้น โดย Otis ขอบคุณการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ที่ช่วยขยายตลาดสินค้าไทยอย่างใกล้ชิด

Otis แสดงความพร้อมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ทำกิจกรรมส่งเสริมข้าวไทย เช่น สร้างคอนเทนต์บน YouTube-TikTok ดึงเชฟดังและอินฟลูเอนเซอร์ทำเมนูข้าวไทย รวมถึงจัดกิจกรรมในร้านอาหารและจุดขายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่

นางศุภจี ยังเชิญ Otis เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมอาหารไทย เช่น Thai Fruits: Taste of Thailand และมาตรฐาน Thai SELECT เพื่อยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทยในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวฮิสแปนิกกว่า 68 ล้านคนในสหรัฐฯ กำลังมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น โดยนิยมสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งของสินค้าไทย ทั้งข้าว สมุนไพร และอาหารแปรรูปคุณภาพสูง ทำให้ไทยมีโอกาสขยายตลาดในกลุ่มนี้อย่างกว้างขวา