จับตา “ไทย-กัมพูชา” แบงก์ ชี้หากรุนแรงขึ้น ฉุดการค้า-ลงทุนระยะยาว

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

24 กรกฎาคม 2568

จับตา “ไทย-กัมพูชา” แบงก์ ชี้หากรุนแรงขึ้น ฉุดการค้า-ลงทุนระยะยาว

วันนี้ (24 ก.ค.68) ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้ข้อสรุป ดังนี้

1. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยรวมยังจำกัด หากเหตุปะทะยังระดับ “ไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ” ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคยังค่อนข้าง “น้อย” เพราะใช้งบประมาณระยะสั้น ปกติไม่ถึง 3–7 วัน ซึ่งไม่ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยสั่นคลอน แม้กระทบความเชื่อมั่นหรือกระทบด้านจิตวิทยา​การลงทุน

2. กระทบทันทีที่พื้นที่ชายแดน ภาค “การค้าชายแดน” จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากความไม่แน่นอนหยุดชะงักการขนส่งสินค้า​ แต่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศไม่สูง ดังนั้นหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ อาจกระทบเฉพาะชั่วคราวเท่านั้น ประชาชนกัมพูชายังคงต้องการสินค้าไทยในชีวิตประจำวัน การคว่ำบาตรหรือหยุดนำเข้าไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

ผลกระทบชัดเจนในหมู่เกษตรกร พ่อค้า และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ส่งผ่านพื้นที่ดังกล่าว สินค้าผ่านด่านมีกลุ่มน้ำมัน​ สินค้าเกษตร​ และเครื่องดื่ม

3. การลงทุนไทยในกัมพูชาไม่กระทบมาก โครงการลงทุนจากไทยในกัมพูชายังไม่ได้รับผลกระทบใหญ่ ทั้งที่มีโรงงานและธุรกิจไทยดำเนินงานในพื้นที่​ แต่ต้องระวังหากเหตุการณ์​ปานปลายจนเกิดความรุนแรงเหมือนในอดีต

สิ่งที่ต้องจับตาคือ “แรงงานกัมพูชา” ที่อยู่ในไทย​หากมีการเรียกแรงงานกลับประเทศ อาจมีผลกระทบบ้าง แต่ในระดับเล็ก เนื่องจากขนาดแรงงานกัมพูชายังสัดส่วนน้อยกว่าของพม่า และโดยมากอยู่ในภาคก่อสร้าง

โดยสรุป สถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา มีผลกระทบในช่วงสั้นและระดับพื้นที่ แต่ยังไม่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจไทยโดยรวม หากไม่ยืดเยื้อเกินสัปดาห์ และภาคการค้าระหว่างประเทศยังสามารถดำเนินต่อได้ในภายหลัง​ เพียงแต่ให้จับตาว่าจะมีความรุนแรงจะขยายวงกว้างหรือไม่​ ซึ่งจะกระทบบรรยากาศ​การค้าและการลงทุนในอนาคต