ประชาชนเฝ้ารอรัฐบาลชุดใหม่ แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

Phetchan

Phetchan

16 สิงหาคม 2567

ประชาชนเฝ้ารอรัฐบาลชุดใหม่ แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

มั่นใจ ไปกันต่อ!! วันนี้ (16 ส.ค. 67) สภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 โดยทางพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อ “อุ๊งอิ๊ง” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทยหลังจากที่ประชุมสภามีมติ เห็นชอบ จำนวน 319 คะแนน ไม่เห็นชอบ 145 คะแนน งดออกเสียง 27 คะแนน ทำให้ “อุ๊งอิ๊ง” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกคนที่ 31 ของไทย และเป็นนายกหญิงคนที่ 2 ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

“อุ๊งอิ๊ง” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกคนที่ 31

และแน่นอนค่ะว่า “อุ๊งอิ๊ง” นายกคนที่ 31 จะมารับช่วงต่อบริหารประเทศ  ภายใต้นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงค้างคา และบางโปรเจกต์ใหญ่ที่ยังทำไม่สำเร็จ ก็จะถูกดำเนินต่อไปตามนโยบายของทางรัฐบาล และที่สำคัญเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ประชาชนหลายคนกำลังจับตามองอยู่ว่าจะยังไงต่อ  4 ปัญหาเศรษฐกิจหลักๆนี้ ที่ประชาชนยังคงเฝ้ารอรัฐบาลชุดใหม่มาทำตามนโยบาย

1.นโยบาย ดิจิทัล วอลเล็ต เงิน 10,000 บาท

อีกหนึ่งความหวังของประชาชน เป็นโปรเจกต์นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย  ซึ่งโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนี้ รัฐบาลคาดหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยใช้งบประมาณ 4.5 แสนล้านบาท โดยคาดว่าประชาชนจะลงทะเบียน 45-50 ล้านคน โดยได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 67 และในวันที่ 22 ก.ย. 67 จะมีการแจ้งผลการลงทะเบียน ซึ่งความคืบหน้าของโครงการนี้ ยังเหลือขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอีกมาก แต่ก็ต้องรอทางรัฐบาลฟันธงให้อีกรอบหนึ่ง ว่าจะดำเนินไปต่ออย่างไร

2.นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน ภายในปี 2570

ในปีนี้ค่าแรงขั้นต่ำจะปรับขึ้นเป็น 400 บาท การปรับค่าแรงขั้นต่ำ เป็นนโยบายของรัฐบาลแบบต่อเนื่อง และคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย.-ต.ค 67 สำหรับการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับขึ้นไปบ้างแล้วบางส่วน นโยบายนี้อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับลูกจ้าง แต่อีกมุมมองหนึ่งก็คงจะเป็นข่าวร้ายสำหรับเจ้าของกิจการ ในขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำมากขึ้นทุกวัน ข้าวของแพง เศรษฐกิจแย่ หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 400 บาท การปรับค่าจ้างที่สูงเกินกว่าที่เป็นจริง จะส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนการผลิต ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนค่าจ้างทั้งหมดทั้งสิ้น  และอาจจะทำให้ธุรกิจและผู้ประกอบการหยุดกิจการ หรือ อาจจะนำไปสู่การปลดลูกจ้างในที่สุด  

3.ปัญหาค่าไฟ ที่แพงมากขึ้นทุกวัน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองมากๆ หลังจากที่ กกพ.ประกาศพิจารณาประมาณการปรับค่า Ft ของ กฟผ. และสนับสนุนนโยบายการคงค่าไฟฟ้าของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำหรับการเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้า ประจำเดือนกันยายน-ธันวาคม 2567 จะอยู่ที่ 39.72 สตางค์/หน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ เท่ากับ 4.18 บาท/หน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน จะยังคงเรียกเก็บในอัตรา 3.99 บาท/หน่วย ตามเดิม ในส่วนของค่าไฟฟ้างวดเดือนมกราคม-เมษายน 2568 จะเป็นอย่างไร ก็จะขึ้นอยู่กับทิศทางนโยบายของทีมรัฐบาลต่อไป

4.ปัญหาตลาดจีนถล่มตลาดไทย

อีกหนึ่งปัญหาที่หน้าห่วง เพราะพี่จีนเริ่มมาตีตลาดไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งเข้ามาคลองล้งทุเรียน ผักสดผลไม้นำเข้าที่ราคาถูกกว่าของไทย  แถมยังมี แอปพลิเคชั่น TEMU (ทีมู) แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ที่ขายของราคาถูกกว่าทุกแอป เรียกได้ว่าเป็นอาวุธลับเฉพาะของพี่จีน ขยายอาณาจักรเข้ามาในไทยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสินค้าจีนมีข้อได้เปรียบจากการยกเว้นภาษีนำเข้าของไทย ภายใต้เอฟทีเอ ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้าไทยเป็นจำนวนมากและสามารถขายราคาถูกได้ จนผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบกันเป็นจำนวนมาก

4 ปัญหาปากท้องที่เรียกได้ว่า เป็นวิกฤติซ้ำแล้วซ้ำเล่าของคนไทย ข้าวของแพงมากขึ้นทุกวัน แต่ค่าแรงยังคงที่และเท่าเดิม ก็ถือว่าเป็นโจทย์หินของรัฐบาลชุดเดิม เพิ่มเติมคือผู้นำคนใหม่นั่นก็ คือ “อุ๊งอิ๊ง” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร คนไทยหวังว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้สำเร็จ


4 ปัญหาเศรษฐกิจ ที่รอให้รัฐบาลใหม่แก้ไข