“ไทย” ยังครองใจ “ไต้หวัน” แม้กังวลความปลอดภัย คาด “เอฟไอที” โตกระฉูด

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

2 ตุลาคม 2568

“ไทย” ยังครองใจ “ไต้หวัน” แม้กังวลความปลอดภัย คาด “เอฟไอที” โตกระฉูด

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำกรุงไทเป และสมาคมท่องเที่ยวของไต้หวัน จัดกิจกรรม “Roadshow to Taiwan” พร้อมนำทัพผู้ประกอบการประเทศไทย จำนวน 60 บริษัท ร่วมเจรจาธุรกิจแบบ B2B ผู้ประกอบการไต้หวัน 350 บริษัท ณ โรงแรม เดอะแกรนด์ โฮเต็ล ไทเป , ไต้หวัน

โดย “ทีมเศรษฐกิจ อีจัน” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวไต้หวัน 3 ราย ดังนี้

นายเพนนี เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไคหนาน ทัวร์ริส คลับ (ไต้หวัน) เปิดเผยว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไต้หวันเปลี่ยนไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากอดีตเป็นทัวร์ขนาดใหญ่ขนาดหนึ่งรถบัส จำนวน 20-30 คน  ตอนนี้ขนาดเล็กลงมีจำนวน 6-8 คน ใช้การเดินทางด้วยรถตู้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว

นายเพนนี เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไคหนาน ทัวร์ริส คลับ

ขณะเดียวกันกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองหรือ FIT ก็หันมาใช้บริการทัวร์รถตู้แทน เพราะการเดินทางและฟุตบาตไทยที่ยังไม่เอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพราะถ้าต้องลากกระเป๋าก็ลำบาก ดังนั้นตลาดที่ทำได้ดีตอนนี้คือการทำทัวร์แบบเฉพาะกลุ่มหรือเทลเลอร์เมด (Tailor-made) และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวไต้หวัน ไม่ต้องมีหัวหน้าทัวร์ มีการตัดสินใจในการวางแพลนท่องเที่ยวที่อิสระมากขึ้น รู้สึกมีความคุ้มค่าในการเดินทางมาก และไทยยังมีความปลอดภัย

“ประเทศไทยอากาศร้อน เป็นไปได้อยากให้ออกแบบสถานที่ท่องเที่ยวให้เอื้อต่อผู้สูงอายุ เช่น ทะเลส่วนใหญ่เป็นสถานที่เอาท์ดอร์เหมะกับวัยรุ่นที่ไปเล่นน้ำ แต่ก็อยากคนแก่อยากไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์​ อยากให้ออกแบบอาคารหรือหรือแหล่งพักผ่อนทำให้คนแก่สามารถชมวิวทะเลได้แบบไม่ร้อน และถนนเข้าแหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย รวมถึงเริ่มเห็นแหล่งท่องเที่ยวไทยมีการก๊อปปี้กันหลายแห่ง เช่น ตลาดนัดกลางคือ แต่บางแห่งราคาสินค้าและคุณภาพต่างกัน ดังนั้นอยากให้มีการคุมมาตรฐานการออกแบบให้มีมาตรกฐานที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีเยอะแยะ” นายเพนนี กล่าว

ขณะที่สิ่งที่ได้จากเวียดนามคือความสดใหม่ โดยเมืองที่ชาวไต้หวันนิยมไป ได้แก่ ดานัง ฟูก๊วก แต่จะไปครั้งเดียวเพื่อไปสัมผัสให้รู้แค่นั้น ต่างจากไทยคือที่เขาจะกลับมาเที่ยวซ้ำตลอดจากประสบการณ์การขายทัวร์มาไทย 30 ปี ลูกทัวร์สนใจไปทั้งระยอง หัวหิน และเมืองอื่น ๆ ซึ่งไทยมีจุดขายแต่ละเมืองที่แตกต่างกัน ถือเป็นข้อดีของไทย

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาที่นักท่องเที่ยวไต้หวันออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเยอะมาก เพราะแหล่งท่องเที่ยวในไต้หวันไม่ได้มีความหลากหลายเหมือนในไทย และข้อดีของการท่องเที่ยวไทยคือมีความหลากหลาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวอยากไปแล้วไปอีก ซึ่งล่าสุดนักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาเที่ยวหัวหิน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้จองทริปท่องเที่ยวเพื่อจะกลับมาเที่ยวไทยซ้ำแต่เปลี่ยนเมืองไปพัทยาและระยอง ในช่วงฤดูผลไม้ เพื่อไปกินทุเรียน  รวมถึงการบริการและการออกแบบของไทยยังมีความเนียบกว่าเวียดนามมาก

น.ส.เฟนดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กลอเรีย ทัวร์ จำกัด (ไต้หวัน)  กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวเวียดนามมีสัดส่วน 50% และไทย 15% โดยเส้นทางหลักเป็นกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมินิทัวร์ครอบครัวค่อยข้างเยอะ ขณะนี้ได้เปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ไป เขาใหญ่ นครราชสีมา และสังขละบุรี กาญจนบุรี

น.ส.เฟนดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท กลอเรีย ทัวร์ จำกัด

ทั้งนี้นักชาวไต้หวันมาเที่ยวไทยซ้ำบ่อย เพราะอย่างไรไทยก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไต้หวันชื่นชอบเดินทางมาเรื่อย ๆ มาเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ และบริษัททัวร์เองก้ต้องมีการปรับรูปแบบทัวร์ไปยังเส้นทางใหม่ๆ ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งบริษัทได้มีพัฒนาความน่าสนใจ โดยการทำตั๋วเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) ร่วมกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อเหมาไฟล์ท  ทั้ง ไทเป-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต แต่ปัจจุบันมีเที่ยวบินประจำบินตรงไทเป-เชียงใหม่แล้ว ทำให้ไม่ต้องบทำชาร์เตอร์ไฟลท์ จะยังมีแค่ชาร์เตอร์ไฟล์ทไทเป-ภูเก็ต เกาสง-ภูเก็ต และไทจง-ภูเก็ต

“ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากคนไต้หวัน และเที่ยวไทยก็ยังจะโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองเป็นหลัก แต่โอกาสที่จะผ่านบริษัทนำเที่ยวจะลดล   ส่วนลูกค้ากลุ่มหลักที่เดินทางกับบริษัทนำเที่ยวก็จะเป็นคนอายุ 45 ขึ้นไป” น.ส.เฟนดี กล่าว

ปัจจุบันมีลูกค้าไต้หวันเดินทางเที่ยวไทยกับบริษัท กลอเรีย ทัวร์ จำกัด 200-300 คนต่อเดือน จากเดิม 30,000 คนต่อเดือน เนื่องจากกังวลเรื่อของความปลอดภัยจากกรณีนักแสดงจีนถูกหลอกไปทำงานในประเทศเมียนมา ทำให้คนไต้หวันกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี คนไต้หวันมีการจองทริปท่องเที่ยวก่อนเดินทางล่วงหน้า 2  สัปดาห์ จากก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แค่หนึ่งสัปดาห์สามารถคอนเฟิร์มการเดินทางได้แล้ว

“ที่ผ่านมามีประเด็นความกังวลเรื่องของกัญชา และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่แล้วในกลุ่มคนไต้หวันอยู่แล้ว พอคนรุ่นใหม่หรือลูกหลานอยากไปเที่ยวไทย ก็จะถูกผู้ปกครองยับหยั่งไม่ให้ไปเที่ยวไทย และไต้หวันเริ่มได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในประเทศ และอยากให้รัฐบาลไทยสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น ก็จะสามารถขายประเทศไทยได้มากขึ้น” น.ส.เฟนดี ระบุ

น.ส.แอนนี่ หลิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สุพรีม เจอเนอรัล ทราเวล เซอร์วิสต์ จำกัด (ไต้หวัน) กล่าวว่า ษริษัททำเส้นทางท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ที่ขายหลัก ๆ เป็นตลาดญี่ปุ่น ยุโรป อาเซียน ขณะที่ไทยในปีที่แล้วขายดีมาก แต่ปีนี้เหลืออยู่ 15% เมื่อเทียบสัดส่วนภาพรวมของบริษัท หากเทียบสัดส่วนกับตลาดอาเซียนไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% หลักๆ ที่ขายดีเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ ดานัง (เวียดนาม) เป็นต้น

น.ส.แอนนี่ หลิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สุพรีม เจอเนอรัล ทราเวล เซอร์วิสต์ จำกัด

สำหรับปีนี้มีปัญหามาตั้งแต่ปลายปี 2567 ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ จากปัญหาผลกระทบเศรษฐกิจหลายด้าน และจากคาดการณ์ว่าช่วงวันหยุดยาวคาดว่าจะดีแต่กลับไม่ดีตามที่คาด ดังนั้นคาดว่าทั้งปีกลุ่มทัวร์ไต้หวันเที่ยวไทยจะลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนกลุ่ม FIT ยังคงปกติไม่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตลาดที่ไม่ค่อยดีบริษัทได้ทำโปรโมชั่นร่วมเพื่อรักษาตลาด และโรงแรม 5 ดาวในไทยก็มาสนับสนุนราคาห้องพักเพื่อให้สามารถรักษาตลาดลูกค้าไว้ได้ ส่วนกลุ่มลูกค้ากลุ่มทัวร์เริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป อาจะมีกล่ม FIT มาจอยบ้างที่เป็นคนอายุน้อย และมีลูกทัวร์เข้าไทยเฉลี่ยเดือนละ 200-300 คนต่อเดือน

ทั้งนี้กลุ่ม FIT ส่วนใหญ่นิยมเที่ยวในกรุงเทพฯ เพราะเดินทางสะดวกจะเดินทางไปไหนก็ได้ เพราะมีรถไฟฟ้า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไต้หวันนิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองเพราะเดินทางง่ายกว่า