สมาคมภัตตาคารไทย จ่อยื่น “นายกฯ อนุทิน” ปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง”
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
6 กันยายน 2568

วันนี้ (6 ก.ย. 2568) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมภัตตาคารไทยเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 “อนุทิน ชาญวีรกูล” สนับสนุนโครงการ Co-payment (คนละครึ่ง) เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน และผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศกว่า 7 แสนราย ที่ต้องเผชิญพิษเศรษฐกิจและยอดขายตกต่ำ
ทั้งนี้การสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ พบว่า ตั้งแต่เริ่มไตรมาสที่ 2 (เดือนเม.ย.-มิ.ย.) ในปี 2568 ที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจร้านอาหารกว่า 7 แสนรายทั่วประเทศ ทั้งรายเล็กไปจนถึงรายใหญ่

โดยสถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจร้านอาหารยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยลดลง 25-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ข้อมูลเชิงสถิติจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์หลักแสดงการหดตัวอย่างชัดเจน เสียงสะท้อนของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องเผชิญการขาดทุนจนถึงขั้นปิดกิจการจำนวนมาก ร้านอาหารปิดตัวลงจำนวนมาก ผู้ประกอบการที่เหลือรออยู่ต้องลดจำนวนพนักงาน และลดชั่วโมงการดำเนินการ
“เสียงจากภาคประชาชนและผู้ประกอบการต่างสะท้อนตรงกันว่า “Co payment” หรือโครงการคนละครึ่ง เป็นมาตรการที่ตรงจุดที่สุด เพราะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชนโดยตรง ลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ สร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ธุรกิจ ร้านอาหารรายเล็ก รายกลาง กระตุ้นซัพพลายเชนอาหารท้องถิ่น ในทุกจังหวัด สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่แรงงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหาร” นางฐนิวรรณ กล่าว
ขณะที่ผลกระทบในวงกว้าง โครงการ Co payment ไม่เพียงช่วยธุรกิจร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกในตลาดสด ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ แรงงานในภาคบริการและการผลิต

“ในโอกาสที่นายอนุทิน จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หวังว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน สมาคมฯ ใคร่ขอเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาดำเนินการ โครงการ Co payment ในรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กำหนดวงเงินที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลกระทบที่มีนัยสำคัญ ให้ความสำคัญกับร้านอาหารรายเล็ก และธุรกิจท้องถิ่น พัฒนาระบบดิจิทัล เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกและโปร่งใส สร้างมาตรการสนับสนุนระยะยาว เพื่อความยั่งยืนของภาคธุรกิจ” นางฐนิวรรณ ระบุ
สมาคมภัตตาคารไทย ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 7 แสนรายทั่วประเทศ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในทุกมิติ เพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
“โครงการ Co payment จะถือเป็นของขวัญและความหวังแก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภค และเป็นแรงประคับประคองผู้ประกอบการร้านอาหารให้สามารถยืนหยัดและเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงเศรษฐกิจที่ท้าทาย” นางฐนิวรณ์รณกล่าว