บอร์ดประกันสังคม ไฟเขียว ปรับสูตรคำนวณบำนาญ ทุกมาตรา ได้เท่ากันหมด

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

11 มีนาคม 2568

บอร์ดประกันสังคม ไฟเขียว ปรับสูตรคำนวณบำนาญ ทุกมาตรา ได้เท่ากันหมด

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ที่กินเวลายาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า การประชุมในวันนี้ ข้อหารือหลักคือ พิจารณาการปรับสูตรบำนาญชราภาพ (สูตร CARE) ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ขอแจ้งข่าวดีให้ประชาชนทราบว่า ที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม มีมติเป็นเอกฉันท์ในการเห็นชอบในหลักการการปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพให้กับผู้ประกันตนทุกมาตรา (มาตรา 33 และ 39) ปีละ 100,000 คน จากทั้งหมดที่มีผู้ประกันตน 800,000 คน พร้อมกับได้มอบให้ สปส. ไปพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติม และการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นการทำควบคู่ไปกับการปรับเพดานค่าจ้าง ซึ่งจะเริ่มปรับในวันที่ 1 ม.ค. 256

โดย สปส. ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ เราเริ่มมาตั้งแต่ปี 2563 จนวันนี้เกิดเป็นรูปธรรม ขึ้นมาได้แล้ว ส่วนผู้ประกันตนที่เกษียณไปแล้ว จะได้รับการปรับสูตรคำนวณบำนาญด้วย หากบำนาญลดลงก็จะปรับให้ได้เท่าเดิม แต่หากได้รับเงินบำนาญอยู่แล้ว และต้องปรับเพิ่มขึ้น ก็จะปรับเพิ่มให้ ทั้งผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39

ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการบอร์ดประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน กล่าวว่า มติในวันนี้ ถือเป็นข่าวดีของผู้ประกันตนและนายจ้าง ที่สามารถเพิ่มสวัสดิการด้วยการปรับสูตรคำนวณบำนาญนี้ หลังจากนี้ไปจะเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ เป็นระยะเวลา 30 วัน และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ใน 90 วัน และจะเดินตามแนวทางที่วางไว้ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนทั้ง 2 มาตรา

สูตรบำนาญแบบ CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ “เฉลี่ยตลอดการทำงาน ปรับเป็นค่าเงินปัจจุบัน” มาตั้งแต่ปี 2563 โดยร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ย้ายมาเป็นมาตรา 39 แล้วได้รับบำนาญต่ำกว่าความเป็นจริง โดยจะเพิ่มเงินบำนาญชราภาพให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งต้องสอดคล้องกับ การปรับฐานเพดานค่าจ้างปี 2569 (17,500 บาท)

ขณะที่เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานบรรยากาศหลังจากมติของบอร์ดประกันสังคมออกมาแล้วว่า นายษัษฐรัมย์ ลงมาอัปเดทมติที่ประชุมกับผู้ประกันตนที่มาติดตามการประชุมที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งหลายคนเมื่อรู้ว่าผ่านแล้ว ต่างปรบมือ ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ

นายษัษฐรัมย์ บอกกับผู้ประกันตนว่า นี่คือจุดเริ่มต้น มีหลายคนที่ซึมเศร้า มีหลายคนที่ติดเตียงอยู่ที่ รพ. มีหลายคนต้องให้คีโม รักษามะเร็งและส่งประกันสังคม ม.39 ต่อไปจากนี้พวกท่านจะได้รับบำนาญอย่างเป็นธรรม เพราะนั่นคือชีวิตของคนธรรมดา ซึ่งวันนี้บอร์ดทั้ง 3 ฝ่าย เราเห็นพ้องกันว่า คือความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้น เมื่อนายษัษฐรัมย์กล่าวจบ ผู้ประกันตนต่างกล่าวขอบคุณพร้อมปรบมือเป็นกำลังใจ

นายษัษฐรัมย์ ยืนยันและย้ำว่า ประกันสังคมก้าวหน้า จะผลักดันเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต่อไป

ด้านนายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หนึ่งในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน น้ำตาคลอ ด้วยความตื้นตันก่อนจะกล่าวกับผู้ประกันตนที่มาติดตามสถานการณ์ว่า รู้สึกดีใจกับหลายคนที่ได้รับผลกระทบ ขอยืนยันว่า สูตรใหม่นี้ไม่มีใครที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ มันคือความเท่าเทียมกันของทุกคนที่ได้บำนาญฯ สูตรบำนาญสูตรเก่ามีความเหลื่อมหลายด้าน แต่เมื่อเรามาทำงานประกันสังคม ก็ควรจะทำอะไรที่โปร่งใสและเท่าเทียม

ทั้งนี้ มองว่าประกันสังคมมีสิ่งที่ต้องปรับ และพัฒนาให้ทันยุคทันสมัยมากกว่าเดิม เรามองว่าเป็นสิ่งที่เราประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าคาดหวัง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนในอนาคต
ขณะที่นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ออกมากล่าวกับผู้ประกันตนว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่สูตรบำนาญชราภาพผ่านแล้ว แต่รากปัญหาจริงๆ แล้ว ที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคม มีมากกว่านี้ นับร้อยนับพันปัญหา หลักๆคือโครงสร้างของประกันสังคม ที่ไม่เปิดให้มีการตรวจสอบ และไม่ได้ให้ผู้ประกันตนเข้ามาตรวจสอบอย่างเต็มที่ และอยู่ภายใต้กรอบการทำงานรูปแบบราชการ ซึ่งทำให้ประกันสังคมอืดอาด ไม่คล่องตัวและตรวจสอบยาก รวมทั้งผู้ประกันตนไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง ยืนยันโครงสร้างคือต้นตอของปัญหา

นายสหัสวัต กล่าวว่า ครั้งนี้แม้ว่าเราจะแก้ปัญหาย่อยได้หนึ่งปัญหา แต่ถ้าเราอยากให้ประกันสังคมดีและเป็นธรรมกับผู้ประกันตน รวมทั้งเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้กับผู้ประกันตนจริงๆ เหมือนกับพี่น้องแรงงานเรียกร้อง ทางออกมีทางเดียวคือ รื้อระบบประกันสังคมออกจากระบบราชการ และสร้างกลไกการตรวจสอบ มองว่าสามารถทำได้ผ่านการยื่น พ.ร.บ.ประกันสังคม เท่านั้น

ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันที่ในที่สุดมันก็ผ่าน และเชื่อว่าผู้ประกันตนพอเห็นข่าวนี้คงจะพอชื่นใจได้ ตนคิดว่าการคืนความเป็นธรรมนี้มันจะล่าช้า แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ประกันสังคมขยับขยาย เพื่อเปลี่ยนและทำตามความต้องการของผู้ประกันตน นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดี แต่ไม่ใช่ว่าสำเร็จเรื่องนี้แล้วจะจบสิ้น ยังคงมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องตามกันต่อไป