‘อนุทิน’ เคลียร์พลังงาน ดัน ‘เอกนิติ’ นั่งคุมแทน ลั่นน้ำมันต้องถึงมือคนไทยทุกหยด
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
1 เมษายน 2569

วันนี้ (1 เม.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวว่าขอไม่คุมกระทรวงพลังงาน ว่าในส่วนของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาล “หนู 1”และเมื่อ “หนู 2” มาก็ต้องตั้งใหม่ หลายคนที่อยู่ในตำแหน่ง ก็มีการสลับสับเปลี่ยน พร้อมยอมรับว่า คิดว่าจะให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง แต่อย่างไรก็ตามตนจะต้องระดมความรู้ประสบการณ์ของทุกคนมาแก้ไขปัญหาประชาชน ซึ่งตนก็รับฟังสังคมและประชาชน รวมถึงนักวิชาการและทุกๆฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจและสามารถทำงานต่อไปได้ พร้อมย้ำว่ายังมีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านพลังงานทำงานร่วมอยู่
ขณะที่ การแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงจะให้นายเอกนิติ รับผิดชอบกระทรวงพลังงานใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามนั้น เพื่อให้ประชาชนและนายพิพัฒน์เกิดความสบายใจด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เขามีผลประโชน์ทับซ้อนทางพลังงาน แต่เป็นเพราะเราฟังเสียงประชาชน
สำหรับกรณีที่เมื่อวานนี้ (31 มี.ค. 69) ในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเชิญอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า และ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์ เสนาธิการทหารเรือ เข้าหารือมีประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องพลังงานหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เป็นการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ตำรวจ กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง เพื่อควบคุมไม่ให้มีการลักลอบขนน้ำมัน ซึ่งหลักจากนี้ไปน้ำมันจะต้องสำหรับประชาชนคนไทยเท่านั้น ส่วนที่จะส่งไปสปป.ลาว จะจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและขายตรงไปยังสปป.ลาวเลย เพราะฉะนั้นน้ำมันทุกหยดที่กลั่นอยู่ในโรงกลั่นประเทศไทยจะต้องเอาไว้สำหรับคนไทยได้ใช้ พร้อมย้ำว่า เราจะต้องให้คนไทยได้ใช้จริงๆ ในภาวะที่น้ำมันของไทยราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนได้มีการหารือกับเสนาธิการทหารเรือ เรื่อง MOU 2544 ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับตนจบแล้ว ก่อนย้ำว่าคำว่าจบของตนคือยกเลิก