การรถไฟฯ แจง โครงการรถไฟทางคู่ ไม่ใช่สาเหตุ น้ำท่วมพะเยา
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
18 กันยายน 2567

รองผู้ว่าการรถไฟฯ เผยเหตุน้ำท่วม ม.พะเยา เกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีมวลน้ำปริมาณมากไหลบ่าท่วมพื้นที่ดังกล่าวอย่างเฉียบพลัน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีงานก่อสร้างทางรถไฟของโครงการทางคู่ เป็นงานดินตัดบริเวณเชิงเขาอยู่เหนือระดับคลองแม่กา ไม่ใช่เป็นการขุดร่องเขาเพื่อใช้เป็นเส้นทางระบายน้ำ

นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการรถไฟฯ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อออนไลน์เผยแพร่ภาพและข้อความ เกี่ยวกับ สาเหตุน้ำท่วมหน้ามหาวิทยาลัยพะเยา ว่าอาจมีสาเหตุร่วม จาก การก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ในพื้นที่จังหวัดพะเยา เพราะมีงานเปิดหน้าดินและถมดินคลองแม่กา ซึ่งเป็นคลองที่จะไหลผ่านหน้ามหาวิทยาลัยพะเยานั้น ข้อเท็จจริงคือ มวลน้ำที่ไหลบ่าท่วมพื้นที่ เกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 105 มิลลิเมตร ในที่แคบบนภูเขาและลาดชันสูง มีความเร็วกระแสน้ำสูง ไหลผ่านตามคลองแม่กาลงสู่พื้นราบ โดยตามแนวคลองมีถนนพหลโยธินขนานด้านซ้าย และมีแนวทางรถไฟขนานด้านขวา เมื่อปริมาณน้ำหลากที่มาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักมาก และไหลเร็วเชี่ยว ไหลผ่านตามคลองมาถึงบริเวณใกล้เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่แอ่งกระทะ และมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันได้

ทั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการก่อสร้างถนนลำเลียงถมคลองแม่กา ตามข่าว เพราะถนนลำเลียงไม่ได้ออกแบบเป็นฝายกั้นน้ำ มีการวางท่อระบายน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร จำนวน 8 ท่อ ซึ่งเพียงพอต่อการระบายน้ำในสภาวะปกติ โดยก่อนวันเกิดเหตุก็ไม่มีน้ำขังด้านเหนือน้ำ ในลักษณะอ่างหรือฝ่ายเก็บน้ำแต่อย่างใด แต่เนื่องจากมวลน้ำมีปริมาณมาก ไหลเชี่ยวแรง ทำให้ถนนลำเลียงถูกกัดเซาะจนขาดอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ บริเวณพื้นที่น้ำท่วมระบายน้ำไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน ซึ่งหากมองจากภาพถ่ายมุมสูง ตามภาพแนวเส้นสีเขียวเป็นแนวทางรถไฟที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เป็นทางตัด ไม่ใช่เป็นการถมดินคันทาง และไม่ได้เป็นเส้นทางระบายน้ำหรือขวางทางน้ำแต่อย่างใด แนวเส้นสีฟ้าเป็นคลองแม่กา พื้นที่สีแดงเป็นบริเวณหอพักที่คลองแม่กาไหลผ่าน เมื่อมีปริมาณน้ำหลากไหลล้นคลอง ประกอบกับมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวกจึงเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้ให้บริษัทผู้รับจ้าง เร่งเข้าดำเนินการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่โครงการ โดยได้นำถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม รวมถึงนำเครื่องจักรไปช่วยขุดลอกคูคลอง และลอกท่อระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำขัง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าการรถไฟฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนเตรียมความพร้อมช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง