ต่างชาติเทเงินลงทุนไทย 8 เดือนพุ่ง 125% ทะลุ 2.2 แสนล้าน
น้ำฝน อีจัน
29 กันยายน 2568

วันนี้ (29 ก.ย. 2568) นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ส.ค.) มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยรวม 687 ราย เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 225,536 ล้านบาท พุ่งขึ้น 125% สะท้อนความเชื่อมั่นต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย
ญี่ปุ่นครองแชมป์นักลงทุน
ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น 125 ราย ลงทุนกว่า 71,844 ล้านบาท ส่วนใหญ่ในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร ตัวถังรถบ้าน และอุปกรณ์เกษตร
ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา 105 ราย มูลค่า 3,433 ล้านบาท เน้นธุรกิจท่องเที่ยว ตัวแทนจองห้องพัก โฆษณา และการให้คำปรึกษาธุรกิจ
และ สิงคโปร์ 93 ราย ลงทุน 68,495 ล้านบาท มุ่งธุรกิจดิจิทัล เช่น นายหน้าโทเคนดิจิทัล Data Center ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
จีนและฮ่องกงก็ติดท็อป 5 ลงทุนรวมกันกว่า 33,000 ล้านบาท ในธุรกิจซ่อมบำรุง EV ผลิตชิ้นส่วนโลหะ บริการโทรคมนาคม และการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย
EEC ดึงเม็ดเงินลงทุน 33% ของประเทศ
นางอรมน ระบุว่า มีนักลงทุนต่างชาติ 197 ราย เลือกลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คิดเป็น 29% ของนักลงทุนทั้งหมด และมีมูลค่าลงทุนรวม 74,792 ล้านบาท หรือกว่า 1 ใน 3 ของเงินลงทุนต่างชาติในไทย โดยญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์เป็นกลุ่มหลักที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ออกแบบวิศวกรรม ท่าเรือ และ Data Center นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว นักลงทุนต่างชาติยังจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 2,501 คนในปีก่อน เป็น 4,895 คน ในปีนี้
เฉพาะเดือนสิงหาคม มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในไทย 104 ราย รวมมูลค่าการลงทุน 66,076 ล้านบาท นำโดยนักลงทุนจากญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐฯ เน้นธุรกิจ Digital Token วิศวกรรม ระบบทำความเย็น Data Center และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
การไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนสะท้อนว่าประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตและบริการที่ต่างชาติให้ความสำคัญ ทั้งในมิติเทคโนโลยี นวัตกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แรงงานไทย