วันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย จับมือสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง ออกโรงสนับสนุนนโยบายภาครัฐ เร่งขับเคลื่อนโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์มลพิษต่ำ พร้อมชูเทคโนโลยีรถยนต์ไฮบริดเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (FFV-PHEV) ที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 เป็นทางเลือกหลัก หวังลดการใช้น้ำมันนำเข้า เสริมความมั่นคงพลังงาน และลดปัญหาฝุ่น PM2.5
ภายใต้สถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวน รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการเปลี่ยนรถยนต์เก่าเป็นรถรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษต่ำ โดยให้ความสำคัญทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด และรถยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูงที่ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งภาคเอทานอลมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลพลังงานของประเทศ
นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ระบุว่า การผลักดันให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยหันมาใช้เอทานอลที่ผลิตได้ในประเทศ ซึ่งนอกจากเสริมความมั่นคงพลังงาน ยังช่วยเชื่อมโยงภาคเกษตรเข้าสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาด
ด้านนางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง เปิดเผยว่า ไทยมีกำลังการผลิตเอทานอลกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จาก 28 โรงงานทั่วประเทศ ขณะที่การใช้งานปัจจุบันอยู่ราว 3.5 ล้านลิตรต่อวัน สะท้อนว่ายังมีศักยภาพรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อีกมาก โดยเฉพาะหากมีการผลักดัน E20 ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ การยกระดับ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และรับมือความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกิจ เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง สร้างรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
อุตสาหกรรมยานยนต์เองได้พัฒนาเทคโนโลยี FFV-PHEV ที่ผสานระบบไฟฟ้ากับเครื่องยนต์สันดาป รองรับเชื้อเพลิงผสมเอทานอลในสัดส่วนต่าง ๆ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สองสมาคมเอทานอลย้ำพร้อมร่วมมือภาครัฐบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบเกษตรจนถึงปลายทาง เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้เอทานอลกลายเป็น “พลังงานเชิงยุทธศาสตร์” ของไทย สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้ระบบพลังงานในระยะยาว.
