คืบหน้าแจกหมื่น เฟส 2 รัฐยันได้เงินแน่ แต่อาจลดเหลือ 5 พัน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
26 กันยายน 2567

วันนี้ (3 ต.ค.67) หลังโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 โดยรัฐบาลแจกเงิน 10,000 บาท ซึ่งเฟสแรกให้กับกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และผู้ถือบัตรคนพิการ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 14.55 ล้านคน ระหว่างวันที่ 25-27 และ 30 ก.ย.67
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโอนเงินครบ 4 วันแล้ว โดยยอดสะสมของการโอนเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายสำเร็จแล้วรวมทั้งสิ้น 14.05 ล้านราย และการโอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 381,287 ราย
ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ หรือเรียกว่าเฟส 2 ยังคงรอความชัดเจนจากรัฐบาล อีกทั้งยังมีกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนรอลงทะเบียนอีกรอบ ภายหลังจากรัฐบาลได้เลื่อนการลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวออกไป แม้จะมีไทม์ไลน์ว่าจะเปิดลงทะเบียนเดือนต.ค.นี้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดใหม่ๆ เพิ่มเติมออกมา ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาล

เฟส 2 ไปต่อ รอนายกฯนัดประชุม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.67 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าต่อแน่นอน แต่ในรายละเอียดจะต้องหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุม เพราะนายกฯ ติดภารกิจหลายเรื่อง แต่คาดว่าจะเร่งดำเนินการเร็วที่สุด
สำหรับเฟส 2 อาจเหลือ 5,000 บาท เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ และเป็นเพียงข้อเสนอในสังคม พร้อมยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน เพราะได้กันเงินไว้สำหรับโครงการนี้แล้ว ดังนั้น ขอให้รอผลการประชุมจากคณะกรรมการ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
“รัฐบาลจะเดินหน้าการแจกเงินเฟส 2 แน่นอน ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วมีสิทธิ์ทุกคน แต่จะแจกในมิติไหน รูปแบบไหน วิธีการอย่างไร ระยะเวลาไหน ต้องรอคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย” นายเผ่าภูมิกล่าว

คาดตรวจสอบสิทธิ์ 26 ล้านคน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตว่ายืนยันว่าจะได้รับอย่างแน่นอน ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งมองประโยชน์ใน 2 มิติ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้ดิจิทัล ซึ่งจะมีประชาชนที่ต้องดูแลเหลือประมาณ 26 ล้านคน โดยตัดความซ้ำซ้อนจากกลุ่มเปราะบางที่เข้ามาลงทะเบียนแล้วได้รับสิทธิไปแล้ว
“จากยอดลงทะเบียน 36 ล้านคนพบว่ามีความซ้ำซ้อนจากสิทธิที่ได้รับในกลุ่มเปราะบาง 10 ล้านคน ส่วนกลุ่มเปราะบางที่เหลืออีก 4 ล้านคน ก็สันนิษฐานได้ว่า เป็นกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนด้วย ฉะนั้นจะเหลือประชาชนที่ต้องดูแลอีกประมาณ 26 ล้านคนบวกลบ” นายจุลพันธ์กล่าว
จำนวนเงินขอดูความเหมาะสม
ขณะที่ความคืบหน้าการเดินหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 2 จะต้องรอความชัดเจนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวัน ส่วนจะจ่ายเงิน 10,000 บาท หรือ 5,000 บาท จะต้องดูความเหมาะสม เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจมีหลายมิติ
“การแจกเงินในเฟส 2 ยืนยันว่ายังเดินหน้าอย่างแน่นอน ผ่านดิจิทัล แต่การจ่ายนั้นจะเป็นเท่าไหร่ จะขอดูความเหมาะสม และการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ประกอบด้วย ขณะที่การบริหารจัดการงบประมาณไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์กล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น
ระบบ ‘แอปทางรัฐ’ ขึ้นอยู่ ขั้นที่ 3 หมายความว่าอะไร
วิธีตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีขั้นตอนดังนี้
1.เปิดแอปทางรัฐ ทำการเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ
2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้ท่านกดปุ่มยืนยันข้อมูล
3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)
4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ
5.จากนั้นกดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
6.ระบบจะแสดงผลว่า สถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ของท่านอยู่ในขั้นตอนใด
- หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ
- หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือท่านไม่ได้รับสิทธิ
- หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือท่านได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต
คุณสมบัติผ่านการเข้าร่วมโครงการ
1.ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
2.สัญชาติไทย
3.มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 ก.ย.67)
4.ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 66
5.ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท โดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก 5.ใบรับเงินฝาก และ 6.ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกับข้อ 1-5
ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าวให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 ม.ค.67
6.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ
7.ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
8.ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ