กูรูชี้ทองโลก 5,400 ดอลล์ “ทองไทย” แตะ 70,000

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

14 มกราคม 2569

กูรูชี้ทองโลก 5,400 ดอลล์ “ทองไทย” แตะ 70,000

วันนี้ (14 ม.ค.69) นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2569 เปิดมาเพียงไม่นานทองคำยังคงเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ล่าสุด (13 ม.ค.69) ราคาทองคำขึ้นไปทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ 

ซึ่งนอกจากปัจจัยหลักเดิมแล้วแต่ปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นสำคัญมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯกับโซนละตินที่ระอุต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และ การเข้าซื้อของธนาคารกลางเพื่อความมั่นคงและปูทางสู่การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (Dedollarization) 

อย่างไรก็ดี นอกจากปัจจัยดังกล่าวยังมีปัจจัยใหม่สำคัญที่สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ 

1. ความเป็นอิสระของเฟดกำลังถูกกัดกร่อน (Erosion of Fed Independence)  รายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบทางอาญา (criminal probe) ที่เกี่ยวข้องกับนาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ในมิติของความผิดเชิงกฎหมายเป็นหลัก หากแต่ในมิติของ แรงกดดันทางการเมืองที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่สถาบันธนาคารกลาง  สะท้อนว่าความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกัดกร่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำทั้งในเชิงจิตวิทยาตลาดและเชิงโครงสร้าง

2. สงครามและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics) เหตุการณ์อยู่ในขั้นตึงเครียดหนัก มีการประท้วงใหญ่ในอิหร่านที่ยืดเยื้อมาเข้าสัปดาห์ที่ 3 รวมถึงมีข่าวลือเรื่องการเคลื่อนไหวทางทหารที่ชายแดนอิหร่าน บวกกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาที่รุนแรงขึ้น ทำให้คนกลัวว่าจะเกิดสงครามใหญ่ ทองคำในฐานะ Safe Haven จึงถูกกว้านซื้อมากกว่าปกติ

3. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่ากังวลตัวเลขจ้างงาน (Nonfarm Payrolls) ที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ต่ำกว่าที่คาดไว้มาก (เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง) ทำให้ตลาดมั่นใจว่าเฟดฯต้อง “ลดดอกเบี้ย” ในปีนี้อย่างแน่นอน

จากเหตุการณ์ทั้งหมดจึงส่งให้ราคาทองคำทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญที่หากผ่านแนวต้านนี้ไปได้ มันเกิดแรงซื้อตาม (Technical Buying) อย่างมหาศาล 

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างประเทศ เช่น JPMorgan และ Goldman Sachs ต่างมองเป้าหมายปีนี้ที่ 5,000 , 5,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ อย่างไรก็ดี วายแอลจียังคงให้เป้าหมายของปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ 

แม้ว่าทิศทางทางคำปีนี้ยังเป็นขาขึ้น แต่มองว่าจะปรับขึ้นได้ไม่ร้อนแรงเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานราคาขึ้นมาอยู่ระดับสูง อย่างไรก็ดีคาดการณ์นี้อยู่บนสมมุติฐานที่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ลุกลามบานปลายจนน่ากังวลไปถึงระดับนานาชาติ 

ทั้งนี้ วายแอลจีให้คำแนะนำนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้ว่า ควรลงทุนทองคำในสัดส่วนไม่เกิน 10 – 15% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในฐานะสิทรัพย์ปลอดภัย และป้องกันความผันผวนของพอร์ต แต่ไม่ควรให้สัดส่วนสูงเกินกว่านี้ ซึ่งสัดส่วนนี้เป็นสัดส่วนที่วายแอลจีย้ำมาตลอด 

อย่างไรก็ดี แม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ยังมีโอกาสให้เข้าลงทุนในลักษณะ Buy the Dips (ซื้อเมื่อย่อตัว) แนะนำว่าถ้ามีการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับแถว 4,482 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ ให้ถือเป็นโอกาสสะสมเพิ่ม เพราะเทรนด์ใหญ่ยังเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่หากนักลงทุนที่ต้องการถือยาวอาจจะต้องมีเงินเย็นในระยะ 3 ปี