ลูกจ้างไทยตกงานพุ่ง! ปี‘68 เลิกจ้าง 5.3 แสนคน เฉลี่ย 40,000 คน/เดือน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
12 มีนาคม 2569

วันนี้ (12 มี.ค.69) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของ KResearch เปิดเผยข้อมูลแนวโน้มการเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 พบว่าในปี 2568 การเลิกจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแรงงานถูกเลิกจ้าง 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ข้อมูลระบุว่า จำนวนแรงงานที่ถูกเลิกจ้างในระบบประกันสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จาก
• ปี 2565 จำนวน 439,084 คน
• ปี 2566 จำนวน 419,405 คน
• ปี 2567 จำนวน 441,840 คน
• ปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 531,779 คน
เมื่อคำนวณแนวโน้มเฉลี่ยช่วงปี 2565–2568 พบว่า จำนวนแรงงาน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 7% ต่อปี
ปัจจุบันแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 มีจำนวนประมาณ 12.2 ล้านคน โดยกลุ่มแรงงานที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานไทย คิดเป็นสัดส่วน 94% ขณะที่แรงงานต่างชาติคิดเป็น 6% ส่วนใหญ่มาจากเมียนมา กัมพูชา และลาว
สำหรับสาขาธุรกิจที่มีการเลิกจ้างสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. ภาคการผลิต 24% เช่น ยานยนต์ โลหะ สิ่งทอ และอาหาร
2. ค้าส่งและค้าปลีก 12%
3. ก่อสร้าง 9%
4. กิจกรรมทางวิชาชีพ 5%
5. ขนส่งและคลังสินค้า 4%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปัจจัยกดดันการจ้างงานมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อภาคการผลิตและการส่งออก
นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังพบว่าการเลิกจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
ขณะที่แนวโน้มในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า จำนวนแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้างอาจยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉลี่ยอาจไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน และส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นในภาคการผลิต