”ศุภจี’ ชี้โปรโมชั่นไลฟ์ขายทุเรียน “พิมรี่พาย” เป็นเทคนิคการตลาด เชื่อสินค้าตรงปก
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
1 วันที่แล้ว

วันนี้ (28 เม.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนหารประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ของ “พิมรี่พาย” อินฟลูเอนเซอร์ดังและแม่ค้าออนไลน์ ว่า การกำหนดราคาดังกล่าวเป็นเทคนิคการทำโปรโมชั่นส่วนตัวของผู้ค้า ซึ่งอาจมีการกำหนดเงื่อนไขด้านเวลาและจำนวนที่จำกัด หรืออย่างไรนั้นจะต้องรอดูการไลฟ์สดในคืนนี้อีกครั้งว่าจะมีการกำหนดเงื่อนไขอย่างไร
“ส่วนประเด็นที่หลายคนมีความกังวลว่าทุเรียนจะไม่ตรงปก เชื่อว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะกระแสแรงขนาดนี้ มีคนจับตามองมากมาย หน่วยงานที่ควบคุมกำกับก็จะต้องจับตาดูเช่นกัน ดังนั้นจะต้องรอดูว่าในการไลฟ์สดคืนนี้จะมีการจัดโปรโมชั่นหรือกำหนดเงื่อนไขอย่างไร” นางศุภจี กล่าว
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความ “ตรงปก” และมีคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้การไลฟ์สดเพื่อส่งตรงสินค้าจากสวนถึงผู้บริโภคโดยตรงในอนาคต
ขณะที่ราคาทุเรียนปัจจุบัน นางศุภจียืนยันว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะทุเรียนเกรดส่งออก (เกรด A และ B) มีราคาสูงถึง 140-150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทุเรียนแต่ละพันธุ์และแต่ละเกรดจะมีราคาแตกต่างกันไปตามพื้นที่และช่วงเวลา สำหรับตลาดต่างประเทศ กระทรวงฯ ได้รุกตลาดจีนฝั่งตะวันตกเพิ่มเติม เช่น เมืองคุนหมิง เพื่อช่วยผ่องถ่ายสินค้าจากตลาดเดิมทางฝั่งตะวันออกที่รับผลผลิตจำนวนมากอยู่แล้ว
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาราคาทุเรียนในระยะยาวต้องทำมากกว่าแค่การตลาด แต่ต้องครอบคลุมถึงการแปรรูปและรักษาคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันไทยส่งออกทุเรียนผลสดสูงถึง 90% จึงต้องเพิ่มสัดส่วนการแปรรูป เช่น ทุเรียนแช่แข็ง เพื่อช่วยบริหารจัดการอุปสงค์และอุปทานในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด, นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีแผนสนับสนุนการจัดทำห้องเย็นในพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญ เช่น จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้สามารถเก็บรักษาและขายทุเรียนได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องเร่งขายเฉพาะในฤดูกาล
นอกจากนี้เพื่อให้ทุเรียนไทยคงความเป็นราชาผลไม้ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การดูแลในสวน การให้ปุ๋ย จนถึงการตัดที่ต้องได้มาตรฐาน มีค่าแป้งไม่ต่ำกว่า 32% รวมถึงการกำกับดูแล “ล้ง” ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยใช้โมเดลศูนย์ควบคุมคุณภาพ เช่น “คิวจัน” ในการยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทยทั้งทุเรียนและมังคุด เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรมและยั่งยืน