ส่งออกฝืด-เศรษฐกิจโลกซบ ฉุดราคาสินค้าผู้ผลิตไทย ดิ่งยกแผง!
น้ำฝน อีจัน
5 สิงหาคม 2568

(วันนี้ 5 ส.ค.68) ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทยประจำเดือนกรกฎาคม 2568 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ระดับ 108.5 ลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยลดลงครบทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มสินค้าเกษตรกรรม ผลิตภัณฑ์จากเหมือง และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ราคาสินค้าเกษตรกรรมและประมงลดลงมากที่สุดถึง 10.2% จากหลากหลายปัจจัย เช่น ฐานราคาสินค้าปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ราคาข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกเหนียวในปีนี้ปรับตัวลดลง อีกทั้งการส่งออกข้าวในปีนี้หดตัวชัดเจน ส่วนอ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และหัวมันสำปะหลัง ราคาลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ยางพาราราคาตกจากคำสั่งซื้อลดลง ขณะที่พืชผัก เช่น มะนาว พริก และกระเทียม รวมถึงผลไม้ เช่น ทุเรียนและลำไย ราคาลดลงจากผลผลิตที่มากขึ้นและคุณภาพที่ลดลง ด้านโคมีชีวิตราคาลดจากความต้องการบริโภคที่ชะลอตัว
ในทางตรงกันข้าม มีสินค้าบางรายการที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ผลปาล์มสดที่ราคาสูงขึ้นจากปริมาณผลผลิตโลกที่ลดลง ขณะที่ความต้องการยังสูงต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สุกรมีชีวิตปรับราคาเพิ่มจากต้นทุนการควบคุมโรคที่สูงขึ้น ประกอบกับความต้องการบริโภคที่ฟื้นตัว ส่วนกุ้งแวนนาไมราคาสูงขึ้นจากต้นทุนการเพาะเลี้ยงที่เพิ่มและปริมาณผลผลิตที่ลดลง
หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลง 11.2% ตามการลดลงของราคาน้ำมันปิโตรเลียมดิบและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มของราคาตลาดโลกที่ชะลอตัวเช่นกัน รวมถึงราคาสินแร่โลหะอย่างแร่เหล็ก ดีบุก และสังกะสี ที่ลดลงตามอุปสงค์ของภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวทั่วโลก และราคาของสินค้าจากการทำเหมืองอื่น ๆ อย่างเกลือสมุทรที่ลดลงจากอุปทานที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลดลง 2.8% จากการลดลงของราคาสินค้าหลายกลุ่มสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา แก๊สโซฮอล์ และ LPG ที่เคลื่อนไหวตามราคาตลาดโลก กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า IC และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ราคาลดลงจากคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่กลุ่มอาหารแปรรูป เช่น น้ำตาล แป้งมัน อาหารสัตว์ และข้าวแปรรูป ราคาปรับลดลงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก สำหรับกลุ่มเคมีภัณฑ์ เช่น เม็ดพลาสติกและยางสังเคราะห์ ราคาลดลงตามต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นน้ำมันและก๊าซ
ทั้งนี้ สินค้าที่มีราคาปรับเพิ่มในหมวดอุตสาหกรรม ได้แก่ ทองคำและเครื่องประดับ ซึ่งราคาขยับขึ้นตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน
สำหรับแนวโน้มในเดือนสิงหาคม 2568 นายพูนพงษ์ระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตยังคงมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการที่สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการระบายอุปทานส่วนเกินของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ การที่ผู้ส่งออกไทยต้องลดราคาสินค้าเพื่อชดเชยภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันระหว่างประเทศผู้ส่งออกในการแย่งชิงตลาดปลายทาง ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศอย่างอุทกภัยในภาคเหนือก็ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนที่กระทบต่อการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน
นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการลดลงของดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนกรกฎาคมนี้ สะท้อนภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดส่งออกสินค้าเกษตร ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ลดลงจากราคาพลังงานที่ต่ำกว่าปีก่อน ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า และกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวช้า ภายใต้เศรษฐกิจที่ยังไม่เข้าที่นัก พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งคลี่คลายสถานการณ์ชายแดน เพื่อฟื้นฟูการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน ควบคู่กับการผลักดันตลาดส่งออกใหม่เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาในระยะถัดไป