ตลาดเด็กหลอดแก้ว โตแรง! แม้เศรษฐกิจซบ  ต่างชาติแห่รักษาในไทย

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

16 กรกฎาคม 2568

ตลาดเด็กหลอดแก้ว โตแรง! แม้เศรษฐกิจซบ  ต่างชาติแห่รักษาในไทย

(วันนี้ 16 ก.ค.68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 คาดว่าจะมีมูลค่า 6.1 พันล้านบาท ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เป็นการเติบโตที่ ชะลอลง จากระดับ 4.3% ในปี 2567 สะท้อนผลกระทบจาก ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และ กำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ ขณะเดียวกันจำนวนผู้รับบริการชาวต่างชาติก็เติบโตน้อยลงตามภาพรวมเศรษฐกิจโลก

ตลาดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

  • ลูกค้าชาวไทย สัดส่วนราว 70% ของตลาดรวม
  • ลูกค้าชาวต่างชาติ ราว 30%

ตลาดคนไทย เติบโตตามเทรนด์สังคมสูงวัย – ICSI เป็นทางเลือกหลัก ปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดรักษาภาวะมีบุตรยากสำหรับคนไทยจะอยู่ที่ 3.38 พันล้านบาท ขยายตัว 2.8% โดยมีแรงหนุนจาก

  • ค่านิยมมีบุตรช้าลง และอายุผู้หญิงที่คลอดลูกคนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปีขึ้นไป
  • ปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะในฝ่ายชาย
  • ความนิยมใช้ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ที่โตเฉลี่ย 7.2% ต่อปี (CAGR 2565–2568)

เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำ IVF หรือ IUI แบบทั่วไป ในทางกลับกัน บริการอย่าง IUI กลับได้รับความนิยมน้อยลง คาดว่าปีนี้จะเหลือสัดส่วนเพียง 28% ของรอบการรักษาทั้งหมด

ตลาดต่างชาติ รายได้สูงกว่า 1 เท่าตัว – ขับเคลื่อนโดย Fertility Tourism

ด้านตลาดต่างชาติ คาดว่ามีมูลค่า 2.75 พันล้านบาท ขยายตัว 3.5% โดยยังได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้รับบริการจาก จีน อินเดีย และอาเซียน ที่มองเห็นไทยเป็นจุดหมายหลักในการรักษา เพราะมีจุดเด่นด้าน

  • ราคาถูกกว่า คู่แข่ง : IVF ในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าสิงคโปร์และมาเลเซีย
  • คุณภาพบริการระดับสากล : หลายสถานพยาบาลผ่านมาตรฐาน Joint Commission International (JCI)
  • บริการครบวงจร : ตั้งแต่ล่าม โรงแรม รถรับส่ง ไปจนถึง Medical Treatment Visa

แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจีนจะยังชะลอ และอาจกระทบลูกค้าบางส่วน แต่ภาพรวมตลาดต่างชาติยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายของชาวต่างชาติมัก สูงกว่าคนไทยกว่า 1 เท่าตัว ทำให้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจในไทยต้องเร่งลงทุนและทำตลาด

แนวโน้มตลาดโลก โตแรงจากสังคมสูงวัย  IVF ครองตลาด 80%

ตลาดโลกยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปี 2568 คาดว่ามีมูลค่าถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 8 แสนล้านบาท เติบโต 6.8% จากปีก่อน โดยบริการ เด็กหลอดแก้ว (IVF) ยังคงเป็นตัวหลักของตลาด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คือหนึ่งในตลาดสำคัญ โดยคาดว่าส่วนแบ่งของ IVF จะเพิ่มจาก 22% (ปี 2563) ไปสู่ 26% ในปี 2573 จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยของหลายประเทศในภูมิภาค โอกาสทางธุรกิจ ปรับตัวรับกลุ่มใหม่–เทคโนโลยีใหม่สร้างมูลค่าเพิ่ม

อนาคตของธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตจากหลายปัจจัย

  • นโยบายสนับสนุนของจีน เช่น เงินอุดหนุนเลี้ยงลูก อาจทำให้ชาวจีนมาใช้บริการในไทยเพิ่ง-
  • กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย จะเปิดโอกาสให้คู่ LGBTQ+ เข้าถึงบริการได้มากขึ้น
  • กฎหมายอุ้มบุญที่กำลังปรับปรุง หากเปิดให้คู่เพศเดียวกันและต่างชาติใช้บริการ จะขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก
  • เทรนด์ฝากไข่ / แช่ไข่ กำลังมาแรงทั่วโลก มูลค่าตลาดโตเฉลี่ยปีละ 8%

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

  • การแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • ขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง เช่น นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน
  • การเปลี่ยนนโยบายในประเทศลูกค้า เช่น การที่จีนขยายการอุดหนุนค่ารักษาในประเทศ อาจลดความจำเป็นในการมารักษาที่ไทย
  • เทคโนโลยีใหม่มาเร็ว เช่น AI คัดเลือกตัวอ่อน หรือ IVG ที่อาจเปลี่ยนสมดุลของธุรกิจ

ตลาดรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยยังเติบโต แต่ช้าลงจากภาวะเศรษฐกิจ จุดแข็งยังอยู่ที่เทคโนโลยีทันสมัย ความเชื่อมั่นในบริการ และการเป็นศูนย์กลาง Fertility Tourism ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว รับเทรนด์ใหม่ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ