เอกชน ตั้งสเปกทีมเศรษฐกิจ “นายกฯ หนู” ขอมือฉมังบริหารประเทศ
ต้นกุมภาฯ อีจัน
5 กันยายน 2568

วันนี้ (5 ก.ย.68) ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ดร.อมรเทพกล่าวว่า ศึกที่เศรษฐกิจไทยเจอไม่ใช่เรื่องภายในประเทศอย่างเดียว แต่มีศึกนอกประเทศเข้ามาด้วย เพราะสงครามการค้าสหรัฐฯ แม้ในเรื่องของอัตราการเก็บภาษีของไทยจะอยู่ที่ 19% แต่การพูดคุยขณะนี้ยังไม่จบ เพราะยังมีเรื่องภาษีค่าผ่านทาง (transshipment) ที่ยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขชัดเจน
ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นโจทย์ที่น่าห่วง เพราะอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้สุดท้ายการเจรจาสหรัฐฯ หรือการเจรจาการค้าเสรี (FTA) การค้าที่ไทยต้องเปิดตลาดใหม่ๆ รวมถึงการดึงนักลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ต้องอาศัยความเชื่อมั่นของนโยบายเศรษฐกิจ
จึงต้องดูฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ เพราะรัฐบาลชุดใหม่บอกว่าจะอยู่แค่ 4 เดือน แต่เป็น 4 เดือนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยซึมค่อนข้างยาว และต้องการแรงส่งจากคนที่มีฝีมือมาบริหารประเทศโดยแท้จริงถึงจะเดินหน้าต่อได้ ย้ำว่า 4 เดือน ไม่ใช่เพียงเข้ามาทำเรื่องระยะสั้น เพราะต้องวางแผนด้วยว่าจะฟื้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพมานานแล้ว
นอกจากนี้ ประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยอาจจะมีการสรรหาคนนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งในกระทรวงเศรษฐกิจ มีความเห็นด้วยเพราะต้องการคนที่ไม่ใช่นักการเมืองแต่เป็นคนที่ที่มีความรู้ ความสามารถจริงๆ มาบริหารประเทศ แล้วต้องเป็นคนที่ประสานนโยบายการเงิน นโยบายการคลัง อุตสาหกรรมภายในประเทศให้ครบวงจร อยากให้มีบทบาทและเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจริงๆ
ดร.อมรเทพกล่าวว่า แก้ปัญหาเร่งด่วนเศรษฐกิจในระยะสั้น ช่วงนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือกำลังซื้ออ่อนแอ ซึ่งมีความห่วงว่าเมื่อได้ยินคำว่ากำลังซื้ออ่อนแอจะมาจบด้วยมีนโยบายแจกเงิน ที่กังวลเพราะว่าแจกแล้วมันจะจบ แต่อาจจะมีบ้างหากเป็นนโยบายประคองค่าของชีพ หรือการดูแลกลุ่มบุคคลที่มีรายได้น้อย แต่ไม่ควรทำจนเกินตัว เพราะปีนี้งบประมาณขาดดุลค่อนข้างมาก และมีความเสี่ยงเรื่องเครดิตเรตติ้งของประเทศ หากมีการใช้จ่ายมากจนเกินไป
สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเร่งด่วนคือการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและชาวต่างชาติ ลงทุนในประเทศต่อเนื่อง เชื่อว่าคนมีฝีมือจะสามารถทำได้ เพราะที่ผ่านมาอาจจะติดอุปสรรคหลายอย่าง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้มีการเดินหน้าได้ และรัฐบาลมีเสถียรภาพในระยะสั้น
“ฝากแก้ปัญหาในระยะสั้น แต่อย่าลืมรัฐบาลอยู่สี่เดือนก็จริงแต่ฝากมองระยะกลาง และระยะยาวด้วย เพราะมีผลกระทบต่อศักยภาพของประเทศ”