ธปท. สั่ง “ธนาคาร” สแกนธุรกรรมต่างชาติ ดอลลาร์แลกบาท “ไร้เทา”

“แบงก์ชาติ” สั่ง “ธนาคาร” สแกนธุรกรรมต่างชาติ กำหนด “เงินดอลลาร์” แลก “เงินบาท” ตั้งแต่ 200,000 ดอลล์ขึ้นไป ตรวจคุมเข้มแหล่งที่มาการใช้เงินต้อง “ไร้เทา” หวังสกัด “บาทแข็ง”

วันนี้ (29 ธ.ค.68) นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า เพื่อลดแรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาท และป้องกันการนำเงินเข้าประเทศที่ไม่ตรงกับแหล่งที่มาที่แจ้งไว้ หรือการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ (Resident) ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ปัจจุบัน จำนวนธุรกรรมขายดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อซื้อเงินบาทของ Resident ที่มีมูลค่าสูงกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อรายการ คิดเป็นร้อยละ 15 ของจำนวนธุรกรรมขาเข้าของ Resident ทั้งหมด แต่มูลค่าของธุรกรรมดังกล่าวกลับมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 85

ซึ่งเกณฑ์การทำธุรกรรมเงินขาเข้าที่ไม่ได้มีการตรวจเอกสารในปัจจุบัน อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำทุจริตทางการเงิน และหากมีปริมาณสูงอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้ โดยการปรับเกณฑ์ข้างต้นจะครอบคลุมกรณีต่าง ๆ ดังนี้

1) กรณีการขายเงินตราต่างประเทศเพื่อรับเงินบาท และการโอนเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit) สำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกตรวจสอบเอกสารให้แหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศตรงตามที่ลูกค้าแจ้งไว้เป็นรายธุรกรรมทุกครั้ง ยกเว้นธุรกรรมปกติของลูกค้าธุรกิจที่ธนาคารพาณิชย์รู้จักดี มีการทำ Know Your Business (KYB) และ Customer Due Diligence (CDD) อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกเอกสารประกอบเป็นรายธุรกรรมสำหรับทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยไม่มีข้อยกเว้น ในกรณีที่เงินตราต่างประเทศ
มีแหล่งที่มาดังต่อไปนี้

1.รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับต่างชาติ
2.รายได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล
3.เงินทุนจากต่างประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ/สาขา เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้/ให้กู้ และเงินส่วนต่างธุรกรรมอนุพันธ์
4.เงินตราต่างประเทศที่ได้จากแหล่งที่มาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การรับค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและบริจาค เงินลงทุน ธนบัตรและเงินฝาก

2) กรณีการขายและรับโอนเงินตราต่างประเทศที่มาจากการขายทองคำ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการขายทองคำในต่างประเทศ รวมทั้งเอกสารเรียกเก็บเงินและใบขนทองคำของลูกค้าใน
ทุกธุรกรรม

3) กรณีการขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบเอกสารการนำเข้าเงินตราต่างประเทศของลูกค้าที่นำเข้าธนบัตรที่มีมูลค่ารวมตั้งแต่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ทั้งนี้ การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลให้การตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า
มีความเข้มงวดขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป