‘ThaiLLM’ เอไอสัญชาติไทยสะดุด หลัง “ดีอี” รับหั่นงบฯออก 20%
ต้นกุมภาฯ อีจัน
16 กันยายน 2567

‘ThaiLLM’ สะเทือนหนัก! งบหาย 20% โครงการ AI ภาษาไทยเสี่ยงสะดุด รัฐเร่งหาทางแก้เกม ดึงภาคเอกชนช่วยผลักดัน
วันนี้ (16 ก.ย.67) ที่ศูนย์ราชการอาคารซี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การพัฒนา Thai Large Language Model (ThaiLLM) เป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทย กำลังเผชิญความท้าทายจากการปรับลดงบประมาณลงถึง 20% จากแผนงบประมาณเดิมที่ 120 ล้านบาท เหลือประมาณ 90 ล้านบาท
โดยขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ส่งผลให้โครงการต้องปรับแผนงานใหม่ ลดขนาดการดำเนินงานและเน้นการจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูล
ข่าวน่าสนใจอื่น
รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า ยังคงรอการอนุมัติในการปรับแผนโครงการใหม่ การปรับลดงบประมาณถึง 20% ส่งผลกระทบสำคัญต่อแผนการดำเนินการตามที่เคยวางแผนไว้ อยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไรให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีจำกัด รวมถึงการรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ และพยายามจัดสรรงบจากโครงการอื่นมาทดแทน โดยบางหน่วยงานเริ่มใช้งบประมาณที่เหลือจากปีงบประมาณก่อนหน้า และพิจารณาร่วมมือกับองค์กรใหญ่ เช่น ปตท. ในการดำเนินงานต่อเนื่อง
รศ.ดร.ธีรณีกล่าวว่า นอกเหนือจากปัญหาด้านงบประมาณ การพัฒนา ThaiLLM เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากการใช้งานโมเดลภาษาไทย ยังมีความท้าทายเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอื่นที่มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทำให้ต้องพัฒนาเครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการแปลภาษาและการประมวลผลข้อมูลที่เป็นภาษาไทย

รศ.ดร.ธีรณีกล่าวว่า ปัจจุบันทีมทำงานได้เริ่มดำเนินการเช่าพื้นที่คลาวด์ เพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่จัดเก็บและพัฒนาแล้ว คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าและผลลัพธ์ที่ชัดเจนในปี 68 แต่โมเดลภาษาที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำข่าวสารและข้อมูลสาธารณะคาดว่า จะพร้อมใช้งานในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งการทำงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างหลายฝ่าย ในการรวบรวม และประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นการพัฒนาโมเดลที่อิงข้อมูลจริงจากแหล่งต่างๆ

“รัฐบาลเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยเน้นให้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง ซึ่งโมเดล AI ที่พัฒนาในประเทศจะต้องเน้นความสามารถในการตอบโจทย์เฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบจัดซื้อหรือเอกสารทางราชการ”รศ.ดร.ธีรณีกล่าว
ทั้งนี้ โมเดลขนาดเล็กที่พัฒนาเฉพาะเรื่องเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ในระยะยาว แม้ว่าไทยอาจจะไม่สามารถพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ที่แข่งขันในระดับนานาชาติได้ แต่การสร้างฐานข้อมูลและเทคโนโลยีเฉพาะทางที่เน้นการใช้งานในภาษาไทยจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จในอนาคต