สคบ. ฟัน 82 ร้านค้า ทุจริต “คนละครึ่งพลัส” พบผู้บริโภคร้องโดนโก่งราคามากสุด
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
14 พฤศจิกายน 2568

วันที่ (13 พ.ย. 68) รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า มีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ทำผิดเงื่อนโครงการฯ ระหว่างวันที่ 29 ต.ค. ถึงวันที่ 13 พ.ย. 2568 จำนวน 82 เรื่อง/ร้านค้า จากการประสานความร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง, กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินการทางกฎหมายกับร้านค้าที่ทำผิดเงื่อนไขของโครงการเพื่อปกป้องสิทธิของผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ผ่านการรวบรวมข้อมูลเรื่องร้องเรียนผ่าน 10 คู่สาย สคบ.
สำหรับประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนมากสุด คือ ร้านค้าปรับขึ้นราคาสินค้า รองลงมาคือร้านค้าเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคาสินค้า ร้านค้าติดป้ายหรือแจ้งว่าเข้าร่วมโครงการ แต่เมื่อขอชำระเงินร้านค้าแจ้งว่าไม่ได้ร่วมโครงการฯ ร้านค้าคิดค่าธรรมเนียมจากการชำระเงินสำหรับผู้ที่ใช้จ่ายผ่านโครงฯ และร้านค้าจำหน่ายสินค้าต้องห้าม เช่น บุหรี่ สุรา เบียร์
ปัญหาทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปัญหาความไม่โปร่งใสของร้านค้าบางส่วนที่เข้าร่วมโครงการ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้สิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ
นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนโครงการคนละครึ่งพลัส ที่เพิ่มขึ้นสูงจากเรื่องร้องเรียนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่น ของประชาชนต่อมาตรการรัฐในระยะยาว
ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่เอาเปรียบประชาชน โดย สคบ. จะช่วยดูแลเรื่องสิทธิของประชาชนในการใช้จ่าย ให้ความรู้เพื่อไม่ให้ถูกหลอก รวมถึง ให้คำแนะนำกับร้านค้าให้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่โก่งราคา ไม่โฆษณาเกินจริง หรือให้บริการไม่เป็นไปตามที่ระบุ
อย่างไรก็ตาม หากพบการเอาเปรียบหรือฝ่าฝืนเงื่อนไข จะมีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากการถูกโกง พร้อมทั้งได้รับสิทธิ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง สะท้อนแนวทางการทำงานที่ “รวดเร็ว – เป็นธรรม – เท่าเทียม – ทั่วถึง”