YLG ฟันธงทองขาขึ้น จ่อทะลุ 90,000 บาท จีนกว้านซื้อไม่หยุด

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

21 ชั่วโมงก่อนหน้า

YLG ฟันธงทองขาขึ้น จ่อทะลุ 90,000 บาท จีนกว้านซื้อไม่หยุด

ใครมีทองกำไว้ให้แน่น YLG ชี้เป้า ทองขาขึ้น จ่อทะลุ 90,000 บาท เผยจีนกว้านซื้อ 17 เดือนรวด แพงแค่ไหนก็ไม่หวั่น

10 เมษายน 2569

YLG คงเป้าทอง 90,000 บาท – สัญญาณขาขึ้นยังอยู่”

เผย! ธนาคารจีนกว้านทอง 17 เดือนไม่หยุด

• วายแอลจี มั่นใจทองคำระยะยาวเป็นขาขึ้น คงเป้าหมาย 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ชี้แม้ระยะสั้นอาจพักฐานสะสมกำลังอีก 1 ครั้ง ซึ่งจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร จากจังหวะที่นักลงทุนโยกเงินสลับกับทำกำไรจากราคาน้ำมัน

• พบแม้ราคาปัจจุบันทรงตัวระดับสูงแต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อสะสม นำโดยธนาคารกลางจีนซื้อต่อเนื่อง 17 เดือน ขณะที่ประเทศหน้าใหม่เริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในรอบหลายปี เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สะท้อนความมั่นใจต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อให้แพงแค่ไหนก็ยังซื้อต่อเนื่อง

• แนะนักลงทุนหน้าใหม่ลงทุนทองคำผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวถึง ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัว เพื่อรอสัญญาณชัดเจนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าก่อนนี้จะประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์แต่ก็ไม่สามารถปฏิตามข้อตกลงได้ จึงทำให้ทองคำที่บวกรับข่าวดังกล่าวในตอนแรกต้องชะลอการปรับขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ดีความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งแม้โดยปกติทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่มักจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง แต่ในครั้งนี้ราคาทองคำกลับตอบรับเชิงบวกต่อ “ข่าวการเจรจา” เนื่องจากตลาดประเมินว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เคยพุ่งสูงเริ่มคลี่คลาย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงประมาณ 0.3% ทันทีหลังการประกาศข่าว ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยนักลงทุนบางส่วนได้โยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ทองคำมากขึ้น เพื่อเก็งกำไรในรอบใหม่ (Buy the Dip) หลังจากที่ราคาทองคำพักตัวลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ในระยะที่มีความขัดแย้งทองคำจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวเนื่องจากนักลงทุนสลับทำกำไรกับสินทรัพย์อื่น แต่ระยะยาวยังมั่นใจว่าทองคำเป็นขาขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังมีความไม่เชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายของสหรัฐ จึงคาดการณ์ว่าในปี 2026 นี้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายระดับ 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (Real Yield) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะช่วงการบริหารภายใต้ “โดนัลด์ ทรัมป์”

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่ทำให้มองว่าทองคำยังเป็นขาขึ้นนั่นคือ ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเป็นเงินทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่ง J.P. Morgan และ Goldman Sachs ระบุว่าในปีนี้ความต้องการทองคำจากภาครัฐยังคงสูงเฉลี่ยถึง 190 ตันต่อไตรมาส เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแรงพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงไปลึกแม้ในยามที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น 

ทั้งนี้  วายแอลจี จัดอันดับข้อมูลประเทศที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุดในไตรมาส 1/2026 (ข้อมูลอัปเดตถึงสิ้นเดือนก.พ./ต้นเดือนมี.ค.) ดังนี้ 

1. จีน รักษาความเป็นผู้นำการสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยเดินหน้าซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน แม้ตัวเลขรายเดือนจะดูไม่เยอะ (ประมาณ 1-2 ตันต่อเดือน) แต่เป็นการซื้อแบบสะสมต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสัดส่วนทองคำในเงินทุนสำรองให้ถึงเป้าหมาย 10% การสะสมทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์แล้วก็ตาม สะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างที่หลายประเทศยังคงให้น้ำหนักกับทองคำในฐานะ “ทองคำคือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าดอลลาร์” ในระยะยาว

2. อุซเบกิสถาน เป็นประเทศที่เข้าซื้อสูงสุดในช่วงต้นปี เพื่อสำรองมูลค่าสินทรัพย์ในประเทศ ในปริมาณประมาณ 9 ตัน (เฉพาะในเดือนมกราคม)

3. โปแลนด์ เข้าซื้อสะสมอย่างหนักต่อเนื่องมาจากปี 2025 ที่ซื้อไปกว่า 80 ตัน โดยในปี 2026 โปแลนด์ประกาศชัดเจนว่าจะเพิ่มสัดส่วนทองคำในสำรองเลี้ยงชีพสู่ระดับ 20-25% เพื่อเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจ

4. อินเดีย เป็นกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ (Emerging Buyers) กลับมาเข้าซื้อแบบเป็นระยะ (Episodic Additions) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ 

5. มาเลเซีย เข้าซื้อในปริมาณประมาณ 3 ตัน เป็นการเพิ่มทองคำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018

6. อินโดนีเซีย, เช็กเกีย และเซอร์เบีย เริ่มทยอยเข้าซื้อในลักษณะประปราย เฉลี่ยราวประเทศละ 1-2 ตัน

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน YLG มีบริการสำหรับการเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888