วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประธาน กบง.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เนื่องจากมาตรการตรึงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPG ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569
โดยที่ประชุมได้พิจารณาปัจจัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา–อิสราเอล และอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง โดยราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก (CP) ในเดือนมีนาคม 2569 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นประมาณ 232.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 43 จาก 542.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ในเดือนมีนาคม 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 775.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน
ล่าสุดราคาก๊าซ LPG นำเข้ารวมค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 918 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เทียบได้กับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ที่ประมาณ 467 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ขณะที่ราคาขายปลีกในประเทศอยู่ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญชีก๊าซ LPG ยังคงติดลบสูงถึง 38,649 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจมีความเปราะบางจากสถานการณ์พลังงานโลก ที่ประชุม กบง. จึงมีมติให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPG ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ต่อไปอีก 2 เดือน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
“แม้ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง และส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องรับภาระต่อเนื่อง แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะภาคครัวเรือน จึงเห็นควรคงราคาขายปลีก LPG ขนาดถัง 15 กิโลกรัม ไว้ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง ออกไปอีก 2 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังมีความผันผวน” นายเอกนัฐ กล่าว
