เปิดปมกระตุ้น “ค่าบาทแข็ง” อีก 1 เดือนจากนี้ยังไม่ขยับหลุดกรอบ 35 บาท
ต้นกุมภาฯ อีจัน
30 สิงหาคม 2567

จากสถานการณ์เงินบาทที่ขยับแข็งค่าเร็ว โดยนักวิเคราะห์ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดสาเหตุหลังจากเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวอ่อนค่า ราคาทองที่สูงขึ้น และความกังวลการเมืองที่คลี่คลาย ในระยะสั้นเงินบาทอาจกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย
วันนี้ (30 ส.ค.67) นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วตามดัชนีเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ราคาทองคำที่สูงขึ้นเร็ว และความกังวลเกี่ยวกับการเมืองไทยที่เริ่มคลี่คลาย โดยพบว่า ปัจจัยต่างประเทศส่งผลต่อการแข็งค่าของเงินบาทมากกว่าปัจจัยการเมืองในประเทศช่วงนี้ ซึ่งอาจเพราะตลาดรับรู้ความไม่แน่นอนทางการเมืองไว้บ้างแล้ว ในระยะต่อไปเงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในช่วงสั้น ก่อนที่จะกลับสู่เทรนด์แข็งค่าตามการลดอัตราดอกเบี้ย (easing cycle) สหรัฐฯ
ข่าวน่าสนใจอื่น
กรอบเงินบาทอ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยที่ราว 33.90-34.40 ในช่วง 1 เดือนจากนี้ เพราะ 1.ตลาดอาจ Price-out Fed rate cuts ออกไปบ้าง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะไม่ชะลอลงรุนแรงจนถึงต้องลดดอกเบี้ย 1.% ในช่วงที่เหลือของปี และ 2.การเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ใกล้เข้ามา และความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้า อาจทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้
โดยมองว่าเงินบาทที่ราว 33.60-33.95 เป็นระดับที่ผู้นำเข้าอาจซื้อ USDTHB ได้ โดยหากเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ที่จะออกมาวันmuj 30 ส.ค.67 ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด อาจเป็นจังหวะให้เงินดอลลาร์อ่อน และบาทแข็งค่าต่อ สำหรับผู้ส่งออกที่รอจังหวะขาย USDTHB มองว่ากรอบ 34.10-34.50 เป็นระดับที่ผู้ส่งออกอาจขายได้ โดยอาจรอจังหวะที่ราคาทองคำปรับลดลงมา หรือราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้บาทอ่อนค่าได้

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์
สำหรับมุมมองอัตราดอกเบี้ย กนง. อาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้งปลายปีนี้ สอดคล้องกับมุมมองในตลาดเงิน เนื่องจากภาวะการเงินไทยที่ตึงตัวขึ้นน่าจะส่งผลต่ออุปสงค์ในประเทศมากขึ้น และทำให้กลุ่มเปราะบางอาจเผชิญปัญหาสภาพคล่อง ส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อได้ ดังนั้น การปรับลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยลง
ขณะนี้ พบว่าการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของธุรกิจบางกลุ่มเริ่มทำได้ยากขึ้น โดยพบว่าธุรกิจอสังหาฯ และกลุ่มการเงิน ที่มีเรทติ้งไม่สูง (BBB+ หรือต่ำกว่า) บางราย ไม่สามารถขายหุ้นกู้ได้ครบตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลความเสี่ยงด้านเครดิต
สำหรับมุมมองอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี อาจลดลงเล็กน้อยตามแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ กนง. ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี อาจลดลงเพราะมาตรการภาครัฐมีโอกาสออกมาได้น้อยลง หลังการเปลี่ยนนายกฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับต่ำตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวแต่ไม่เกิดเป็นวิกฤติ
