ราคามะลิพุ่งรับวันแม่ เกษตรเร่งเชื่อมตลาดกลางระบายสินค้า หวังปรับสมดุลราคา
วินทร์ กุมภเศรษฐ์
8 สิงหาคม 2568

นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตดอกมะลิในช่วงเทศกาลสำคัญ พบว่า ราคาดอกมะลิมีความผันผวนตามฤดูกาล โดยในช่วงเดือนพ.ย. – ก.พ. 2568 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 500 – 1,000 บาท/กิโลกรัม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2567 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตน้อย ส่วนในช่วงเดือนมี.ค. – ก.ค. และเดือนก.ย. – ต.ค. 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 200 – 500 บาท/กิโลกรัม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ 2566 ราคาเฉลี่ยในช่วงเดือนดังกล่าวต่ำลง คิดเป็น 26.32%

สำหรับในช่วงเดือนส.ค. 2568 ซึ่งเป็นเทศกาลวันแม่แห่งชาติ คาดการณ์ว่าราคาดอกมะลิจะปรับตัวสูงขึ้นช่วงระยะสั้น เนื่องจากความต้องการของตลาดเพิ่มสูงกว่าปกติ เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมและผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรได้ในราคาที่เหมาะสม
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงการเชื่อมโยงตลาดระหว่างแหล่งผลิตกับตลาดกลางและตลาดต่างจังหวัด เพื่อปรับสมดุลของราคาโดยเกษตรกรผู้ปลูกมะลิมีช่องทางการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ตลาดชุมชนหรือจุดจำหน่ายเฉพาะในบางพื้นที่ ตลาดประจำจังหวัด ตลาดสี่มุมเมือง และปากคลองตลาด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระจายดอกไม้จากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภคและเป็นศูนย์กลางการกระจายดอกไม้ในช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายของเกษตรกร เพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเข้าถึงผลผลิตทางการเกษตรได้หลากหลายช่องทางในราคาที่เหมาะสม

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า มะลิปลูกจำหน่ายเป็นการค้า เช่น มะลิลา มีดอกสีขาว กลิ่นหอมออกดอกตลอดปี โดยดอกจะออกมากในช่วงฤดูร้อน (มี.ค. – ม.ย.) และฤดูฝน (ก.ค. – ต.ค.) ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ปลูกมะลิประมาณ 929 ราย มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวมะลิ 1,845 ไร่ (ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ปี 2567)
แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ นครปฐม นครสวรรค์ กำแพงเพชร และพิจิตร มีปริมาณผลผลิตเฉลี่ยในปี 2567/2568 ประมาณ 500 – 600 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตด้านปริมาณผลผลิตเฉลี่ยลดลง 43.59% เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และปัญหาเรื่องโรคและแมลง
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพของผลผลิตมะลิในระยะยาว และสอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน จึงได้ดำเนิน “โครงการทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมะลิ” มาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของดอกมะลิให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะเชื้อราและหนอนเจาะดอก

โดยเน้นการใช้วิธีการผสมผสาน ตัดแต่งกิ่งรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่า เพื่อกระตุ้นให้มะลิออกดอก ได้รับแสงและสามารถถ่ายเทอากาศได้ดี ส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ ซึ่งมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ตกค้างในดินและน้ำ และสามารถใช้ร่วมกับระบบเกษตรยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตอบสนองความต้องการของตลาด ผู้บริโภคปลายทางสามารถเข้าถึงดอกมะลิคุณภาพดีได้ในราคาที่เหมาะสม
ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีแนวทางการทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตสินค้าเกษตรกับพืชชนิดอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไปด้วย