“คมนาคม” ลุยปฏิรูป รฟท. ปูพรมตรวจยา-แอลกอฮอล์ 100% ทุกวัน

ไม่จบแค่คนขับ! คมนาคมปูพรมเช็กทั้งระบบ รฟท. หลัง #รถไฟชนรถเมล์แยกมักกะสัน สั่งตรวจยา-แอลกอฮอล์เจ้าหน้าที่ 100% ทุกวัน พร้อมเชือดคนรับรอง หากพบปล่อยปละละเลย

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟสินค้าหมายเลข 2126 เส้นทางแหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พุ่งชนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 ที่ติดค้างอยู่บนรางรถไฟ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมประกาศเดินหน้าปฏิรูประบบการทำงานของเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั้งระบบ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการให้บริการขนส่งสาธารณะ

โดยหลังจากนี้ จะมีการตรวจสารเสพติดเจ้าหน้าที่แบบ “100%” จากเดิมที่ใช้วิธีสุ่มตรวจ พร้อมย้ำว่า จะไม่มีข้ออ้างและไม่มีข้อยกเว้น หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม จะมีการคาดโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด

“แนวทางเดิมใช้วิธีตรวจแบบสุ่ม พร้อมให้มีการยืนยันตัวตนและมีผู้บังคับบัญชารับรองอีกชั้นหนึ่ง แต่ต่อจากนี้จะเปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจทั้งหมด ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่ รฟท. ขสมก. บขส. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่รถโดยสารสาธารณะ”

นอกจากนี้ ยังเตรียมกำหนดมาตรการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ต้องตรวจแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย

เมื่อถูกถามถึงกรณีในอดีต ที่เคยตรวจพบสารเสพติดในผู้ขับรถไฟ จนนำไปสู่อุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต รวมถึงเป็นเหตุให้มีการปลดผู้ว่าการ รฟท. ในขณะนั้น นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ตาม พ.ร.บ.รางฉบับใหม่ ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ได้กำหนดให้มีการตรวจสารเสพติดและยืนยันตัวตนผู้ขับรถไฟอย่างเข้มงวด โดยผู้บังคับบัญชาระดับหนึ่งขั้นจะต้องร่วมรับรองผลตรวจดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนรับรองในกระบวนการดังกล่าว จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนระหว่างตรวจสอบ ส่วนกรณีการปลดรักษาการผู้ว่าการ รฟท. จะต้องพิจารณารายละเอียดข้อกฎหมายเพิ่มเติม ว่าสามารถดำเนินการได้ในระดับใดบ้าง