เอกชน ห่วงสินค้าต่ำมาตรฐาน จีนเทาถล่มไทย จ่อพบนายกฯ-ธปท.แก้ด่วน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
9 ตุลาคม 2567

วันนี้ (9 ต.ค.67) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลไกที่ตั้งขึ้นมาโดย 3 หน่วยงาน คือหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน จึงได้ร่วมจัดตั้งกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน รวมทั้งสิ้น 9 ประเด็น
โดยการจัดตั้งกลไกนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก การแก้ไขอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ

นายสนั่นกล่าวว่า ในส่วนของการแก้ปัญหาสินค้าต่างประเทศทะลักเข้าไทยที่จำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นสินค้าราคาถูก ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับความเดือดร้อน โดยเห็นว่าหากมีการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆจะต้องมีระบบควบควบคุมการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะการกำหนดให้ผู้ขายสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ และแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่จำหน่ายสินค้าในไทย
ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้พูดคุยกับรัฐบาลแล้ว 2 เรื่อง คือ 1.สินค้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะที่ไทยมีมาตรฐานอยู่แล้ว จึงได้ให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม องค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงการคลัง เป็นต้น ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เมื่อพบสินค้าผิดกฎหมายต้องจับกุม รวมถึงให้รัฐบาลจีนสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนนำส่งออกนอกประเทศ

2.สินค้าที่ซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซ เช่น ลาซาด้า เทมู สร้างความกังวลให้ผู้ประกอบการ ดังนั้นมีเรื่องที่ต้องทำ 3 เรื่อง คือ 1.การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat 7%) เพื่อความยุติธรรมกับผู้ประกอบการไทย 2.บริษัทที่จำหน่ายสินค้าผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์จะต้องถูกเก็บภาษีรายได้ (จากยอดขายไม่ใช่กำไร) 20% เท่ากับผู้ประกอบการคนไทย
และ 3.การชำระเงินที่ปัจจุบันใช้ระบบชำระเงินเพย์เมนต์ (Payment) ต่างชาติ ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลออกนอกประเทศจากระบบชำระเงินของต่างชาติ ซึ่งต้องบังคับให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง และอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งหมดนี้ทางหอการค้าจะเร่งดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว
“การลงทุน 3 เดือนจากนี้ บรรยากาศดี และสิ่งที่เป็นห่วงมากคือไทยต้องหาพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องมีเพียงพอ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเข้าไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยี จากข่าวที่กูเกิ้ลเข้ามาลงทุนในไทย จึงต้องทำระบบในพื้นที่การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ให้ดี หรืออาจจะเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรี เข้าไปเป็นอีอีซี ไม่เพียงแต่ 3 จังหวัด”นายสนั่นกล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน กล่าวว่า การไหลมาของจีนไม่ใช่เฉพาะตัวสินค้าอย่างเดียว แต่รวมไปถึงนักลงทุนที่เข้ามาด้วย การมีกลไกประสานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีน จะเป็นตัวสร้างความมั่นใจและเชื่อใจให้กับทั้งสองประเทศ ในการเข้ามาทำการค้าการลงทุน
อีกทั้งจะช่วยสกัดสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพหรือราคาถูก ไม่ให้มีขายตามท้องตลาด รวมไปถึงนักลงทุนสีเทา จะเป็นการช่วยคลายความกังวลปัญหาให้กับผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการเข้ามาลงทุน จะได้เป็นการพัฒนาประเทศก้าวไปสู่อุตสาหกรรมที่ทันสมัย ดังนั้น หน่วยงานของภาครัฐจำเป็นจะต้องสร้างกลไกให้เกิดความสมดุลระหว่างกันให้มากขึ้น
ทั้งนี้ จีนถือว่าเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยติดต่อกันมา 12 ปี หากดูตัวเลขมูลค่ารวมของ 2 ประเทศ พบว่า 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม) ของปี 2567 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 86,842 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.6% ส่วนการส่งออกมีมูลค่า 31,805 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.4% ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ 55,036 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.5% โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

สำหรับแผนดำเนินการสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ 1.การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อถือได้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจของสังคมไทยต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน
2.การจัดการประชุมเป็นประจำระหว่างตัวแทนจากทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ
3.การส่งเสริมกิจกรรมการพบปะและแลกเปลี่ยนระหว่างธุรกิจไทยและจีน ผ่านงานสัมมนาและโครงการสาธารณกุศล
4.การร่วมมือในด้านการฝึกอบรมและการศึกษาเทคนิค เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านกฎหมาย วัฒนธรรม และแนวปฏิบัติทางธุรกิจของทั้งสองประเทศ
5.การจัดงาน Supplies Matching และงานแสดงสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการร่วมมือในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น 5G อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์
6.การส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ
7.การให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจระหว่างสองประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
8.การเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จจากการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและจีน
9.การสนับสนุนให้ธุรกิจทั้งสองประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
