สภาพัฒน์ฯ ห่วงยอดปิดกิจการไทยทะลุ 32% คนตกงานแล้ว 2.2 หมื่นคน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

20 สิงหาคม 2567

สภาพัฒน์ฯ ห่วงยอดปิดกิจการไทยทะลุ 32% คนตกงานแล้ว 2.2 หมื่นคน

ปัญหาการปิดโรงงาน หรือปิดกิจการในไทยยังมีสัญญาณไม่ดีต่อเนื่อง รวมถึงยอดปิดกิจการมีมากขึ้น เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อแรงงานถูกเลิกจ้าง ยิ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ถึงขีดสุด!

วันนี้ (20 ส.ค.67) รายงานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาสที่ 2 ปี 67 เกี่ยวกับการแจ้งเปิด และการแจ้งปิดกิจการโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าระหว่างม.ค.-ก.ค.67 หรือช่วง 7 เดือนของปี 67 ปรากฏว่าโรงงานในประเทศไทยแจ้งเลิกกิจการจำนวน 757 โรงงาน เพิ่มขึ้น 182 โรงงาน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 66 ซึ่งมีจำนวน 575 โรงงาน หรืดปิดโรงงานเพิ่มขึ้น 31.7%

สำหรับมูลค่าเงินลงทุนของโรงงานที่แจ้งเลิกกิจการ พบว่า มูลค่าเงินทุนรวมจำนวน 20,716 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 55.7% หมายถึงโรงงานที่แจ้งเลิกกิจการเป็นโรงงานขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนรวมกันไม่สูงมาก

อย่างไรก็ตาม การจ้างงานของโรงงานที่ปิดตัวลงรวมจำนวนทั้งสิ้น 22,708 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 66.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านโรงงานในประเทศไทยที่แจ้งเปิดกิจการใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน คือ 7 เดือนของปีนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2566 ทั้งจำนวนและมูลค่าเงินลงทุน ประกอบด้วยโรงงานแจ้งเปิดกิจการจำนวน 1,195 โรงงาน เพิ่มขึ้น 246 โรงงาน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ซึ่งมีจำนวน 949 โรงงาน หรือเพิ่มขึ้น 25.9%

ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนโรงงานเปิดใหม่รวม 188,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114,745 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งที่ 73,763 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 155.6% ขณะที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 79.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 66

ทั้งนี้ แม้โรงงานเปิดใหม่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การปิดโรงงานก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการปิดตัวเพิ่มขึ้นของโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีภูมิคุ้มกันที่ไม่สูงนักในการเผชิญหน้ากับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว ภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยกลุ่มนี้