“มหัทธนะ” เอ็มดีใหม่ ธอส. ฉายวิสัยทัศน์ หนุนคนรายได้น้อยมีบ้าน วางเป้าสินเชื่อ 2.42 แสนล้านบาท

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

22 มกราคม 2569

 “มหัทธนะ” เอ็มดีใหม่ ธอส. ฉายวิสัยทัศน์ หนุนคนรายได้น้อยมีบ้าน วางเป้าสินเชื่อ 2.42 แสนล้านบาท

วันนี้ (22 ม.ค. 69) นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือเอ็มดี คนที่ 15 ได้ฉายภาพเปิดวิสัยทัศน์ ที่จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมเปิดผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท  232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98%

ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม เป็นผลจากการแก้ไขหนี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้มีภาระในการผ่อนชำระเงินงวดลดลงตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล และ ธอส. มีการตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการรองรับการดำเนินงานในอนาคต อัตราส่วนเงินกองทุน ต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.50%  

สำหรับปี 2569 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ธอส. ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคอง
และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเพื่อให้ ธอส. สามารถดำเนินตามพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้านได้อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ธอส. ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านเงินฝาก นายมหัทธนะ ระบุว่า ธอส. ยังสามารถระดมเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในความมั่นคงของธนาคาร โดยปี 2569 ตั้งเป้าระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

ขณะที่ กำไรสุทธิปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่วนปี 2569 ยอมรับว่ามีแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ธนาคารจะพยายามรักษาความสามารถในการทำกำไร
ตลาดอสังหาฯ ปี 69 ยังเปราะบาง แต่ ธอส. มั่นใจทำตามเป้า

สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประเมินว่า การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบอาจ ติดลบ 0.5% อย่างไรก็ตาม ธอส. ยืนยันยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย โดยจะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอายุ 20–40 ปี ซึ่งมีอยู่ราว 15–19 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน  แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล  ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย

เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการ
ขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ – อนุมัติ – จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless  เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด 

”ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อให้ลูกค้ามีบ้านได้เร็วที่สุด ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้ขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น พร้อมเปลี่ยนภาพลักษณ์ธนาคาร“

เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management  บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือ
ลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสาหลักที่ 3 Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper – Personalization โดยใช้ Big Data และAI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”สร้างประสบการณ์
ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า

“แอคทีฟราว 2 ล้าน ทั้งบ้านและเงินกู้มาวิเคราะห์ด้วย AI พร้อมใช้ AI ออกแบบโปรดักเพื่อนำเสนอลูกค้า”

เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงาน ให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน 

เสาหลักที่ 5 People First  ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลก
ยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้นำในโครงการต่าง ๆ มากขึ้น  

“เราพยายามหาลูกค้าที่มีคุณภาพ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเป็นธนาคารเฉพาะกิจ ดังนั้นหากมีระบบการบริหารจัดการที่ดีก็จะไม่กระทบกับกำไรที่จะกระทบต่อโบนัสของพนักงาน ส่วนภาพรวมสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ในปี 2568 มีขายได้ 5,700 ล้านบาท ส่วนปีนี้วางเป้าหมายไว้ที่ 4,400-4,500 ล้านบาท”